สรุปเหตุการณ์อุบัติภัยสารเคมีรั่วไหลของ บริษัทอดิตยา เบอร์ล่าฯ

Facebook


โศกนาฏกรรมความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่สังเวยเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ โรงงานบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ไม่ใช่ความสูญเสียครั้งแรก และเชื่อว่าอาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นกัน

ย้อนไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2553 ชาวบ้านหวาดผวากับอุบัติภัยสารโซเดียมไฮโปคลอไรด์รั่วไหลจากถังกักของบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) จ.ระยอง ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตสารเคมีหลายชนิด เจ้าหน้าที่เร่งหามผู้บาดเจ็บนับพันคนส่งโรงพยาบาลด้วยความโกลาหล เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 12 ศพ บาดเจ็บ 142 คน

ขณะเดียวกันชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ซึ่งเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว และเที่ยวงานเทศกาลผลไม้ต่างแตกตื่นหนีตาย ประกอบกับสับสนเรื่องข้อมูลข่าวสารบรรยากาศเป็นไปด้วยความอลหม่าน การจราจรติดขัดทั้งเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงแผนเตรียมรับมืออุบัติภัยของทุกหน่วยงานไม่ สัมฤทธิ์อย่างที่ตั้งเป้าไว้

ที่สำคัญก่อนเกิดเหตุเพียง 2 วัน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่มาบตาพุดฟังบรรยายสรุป วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยย้ำ 3 ประเด็น คือเรื่องภาพรวมของมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เรื่องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย และเรื่องการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมตรวจสอบการดำเนินงานของศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและ การท่าเรือมาบตาพุด วันนั้น รมว.อุตสาหกรรมให้ความสนใจในด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นพิเศษ จึงกำชับให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ผลักดันภาคอุตสาหกรรมได้จัดทำรายงานมาตรฐาน GRI (Global Reporting Initiative
) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมไทย ที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อมและดูแลสังคมเป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ที่สุดทั่วโลก

สุทธิ อัฌชาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ยอมรับว่า ผลพวงจากเหตุระเบิดที่โรงงานบีเอสที ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใด เพราะมีผู้ชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ถ้าเราย้อนกลับไปพูดถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2553 บริษัทอดิตยา เบอร์ล่า เกิดก๊าซรั่ว มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ เครือข่ายและชุมชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำแผนอุบัติภัย ร่วมกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จัดทำแผนรับมือ เตือนภัย อพยพ เยียวยา และฟื้นฟู ทว่าเมื่อเกิดเหตุการจริงแผนดังกล่าวกลับไม่ถูกนำมาใช้

\\\\\\\"ผมไม่เข้าใจทำไมไม่นำแผนของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมาใช้ ดังนั้นเครือข่ายจะมีการประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์ อาจจะแจ้งความ ฟ้องร้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ และเรียกร้องให้ผู้บริหารโรงงาน โดยเฉพาะบอร์ดใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ออกมาแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้ว่าจ้าง ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง ทางเครือข่ายเตรียมเดินหน้าเรียกร้องความรับผิดชอบอย่างเต็มที่\\\\\\\" สุทธิย้ำ

เช่นเดียวกับ \\\\\\\"สุเมธ นาเจริญ\\\\\\\" ชาวบ้านชุมชนบ้านฉาง เล่าว่า มีหลายเรื่องที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข เพราะการซ้อมแผน หรือการประชุมเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการข่าว การประชาสัมพันธ์ การวางระบบ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงก็ช่วยไม่ได้ ข่าวล่าช้ามาก ชาวบ้านไม่เข้าใจ ถือว่าการซ้อมแผนที่ผ่านมาไม่ตอบสนองชุมชนอย่างแท้จริง อยากให้ทุกฝ่ายทำให้เป็นรูปธรรม
ทีมา คมชัดลึก 14 พฤษภาคม 2555 (หมายเหตุ : สารเคมีรั่ว-โรงงานระเบิด บทเรียนซ้ำซากเหยื่อ\'มาบตาพุด\' : อัจฉรา วิเศษศรี)

login to rate

0 ความนิยม

แจ้งวีดีโอไม่เหมาะสม

เพิ่มวีดีโอที่ชื่นชอบ

จำนวนผู้เข้าชม:  5160

ความคิดเห็น:  0

เพิ่มวีดีโอที่ชื่นชอบแล้ว:  0

Links:0

ไม่พบวีดีโอที่ค้นหา

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:   14 พฤษภาคม 2555

หมวด:   การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ - Health Impact Assessment (HIA)

ดาวน์โหลดวีดีโอนี้

(393ดาวน์โหลด)