ชู 'เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง' อว.จ่อผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ หนุนสร้างคุณค่าให้ 'ผู้สูงวัย' มอบการเรียนรู้-เสริมอาชีพใหม่24 กุมภาพันธ์ 2565
อว.เดินหน้าโครงการ "เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง" เข้าสู่เฟส 2 พร้อมเตรียมผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ หนุนผู้สูงวัยสู่สังคมเรียนรู้ตลอดชีวิต ครอบคลุมจ้างงาน สร้างอาชีพ-รายได้ในยุคดิจิทัล
ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยในกิจกรรมเสวนา FORUM TALK “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2565 ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุมีปริมาณกว่า 12% ของประชากรไทย และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยเกษียณที่ดีพอ จะส่งผลให้สภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตเสื่อมถอยลง
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการร่วมกันส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงวัยให้แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าและติดบ้าน พร้อมเห็นคุณค่าของตัวเอง โดยไม่ปล่อยให้ร่างกายที่ร่วงโรยมาบั่นทอนจิตใจ เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีความรู้ ความคิด และประสบการณ์ชีวิต หากเราสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ก็จะเกิดความลงตัวในหลากหลายด้าน ทั้งการเกิดทักษะใหม่ หรือการปรับรูปแบบกระบวนการคิดและวิธีการใช้ชีวิตต่างๆ
"เราอยากเห็นความสุขเกิดขึ้นในทุกๆ ช่วงวัย สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ โดย อว. มุ่งมั่นผลักดันให้โครงการเปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง เป็นวาระแห่งชาติ เป็นโครงการที่มีทั้งความสนุก และความรู้ทางวิชาการ เพื่อพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ให้กลุ่มคนเหล่านี้เป็นเป็นคนสูงวัยที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่การใช้ชีวิตและช่วยเหลือสังคมในวัยเกษียณได้อย่างมีพลัง" ศ.พิเศษ ดร.เอนก กล่าว
สำหรับโครงการ “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ปัจจุบันมีผู้สูงอายุเข้าร่วมแล้วทั้งสิ้น 19,000 คน จาก 26 จังหวัด ที่ได้มาร่วมทั้งในด้านการส่งเสริมการตลาดออนไลน์ เพื่อพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและสร้างธุรกิจออนไลน์สำหรับผู้สูงวัยในยุคดิจิทัล ด้านการเสริมสร้างพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในการเตรียมความพร้อมสำหรับประกอบอาชีพในยุควิถีชีวิตใหม่ ภายใต้ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมกิจการผู้สูงอายุ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น
ศ.พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมผลักดันโครงการสู่เฟสที่ 2 โดยจะมุ่งขยายผลให้ครอบคลุม ทั้งเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงหนุนเสริมทีมสร้างโอกาส เพื่อเพิ่มความยั่งยืน และในปี 2566 จะผลักดันให้เกิดผลมากขึ้น จากการเพิ่มทักษะอื่นๆ เช่น การพัฒนาศักยภาพ การขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชน และการสร้างอาชีพใหม่สำหรับผู้สูงวัย
นอกจากนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยังได้จัดทำศูนย์ข้อมูลและนวัตกรรมในการดูแลผู้สูงอายุแห่งชาติ (National Information and Innovation Center for Elderly Care) เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลสำหรับแลกเปลี่ยน สนับสนุนข้อมูล องค์ความรู้ และหลักสูตรในการดูแลผู้สูงอายุ จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่างๆ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานกลางคลังข้อมูลสุขภาพระดับกระทรวงหรือระดับประเทศ
ศ.พิเศษ ดร.เอนก กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ วช. สร้างกลไกการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย โดยสนับสนุนทุนวิจัยและขับเคลื่อนผลงานวิจัยพร้อมใช้ ในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง ผู้สูงวัยมีทักษะในการประกอบอาชีพ เพื่อเปิดโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้วัยเกษียณหรือสูงอายุเข้าสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้เห็นผลสำเร็จโดยเร็ว
สำหรับการวิจัยดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งการจ้างงาน การสร้างความรู้ภาคเกษตรสมัยใหม่ เสริมทักษะการดำรงชีวิตและอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ที่เหมาะสมกับศักยภาพ การป้องกันโรค สร้างเสริมและฟื้นฟูสุขภาพกายใจ พร้อมจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตร รวมทั้งการเตรียมหลักประกันทางสังคมที่สอดคล้องกับความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต โดยมีสถาบันการศึกษาร่วมดำเนินการ จำนวน 10 สถาบัน
ในส่วนของสถาบันทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อนึ่ง ภายในกิจกรรมดังกล่าว ยังได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้บุคคลวัยเกษียณ (Idol วัยเก๋า) ที่มีพลังในการใช้ชีวิตทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย คุณยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ด้านการเสริมสร้างทักษะอาชีพ, คุณอัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ด้านการดูแลสุขภาพ, คุณมนัสวิน นันทเสน (ติ๊ก ชีโร่) ด้านส่งเสริมทักษะดิจิทัล, คุณนวลนงค์ จามิกรณ์ ด้านสานสัมพันธ์ต่างวัย และ คุณเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ด้านจิตอาสาเพื่อสังคม

