สช.จับมือ 'หนองแขม-ยานนาวา' ลุยเพิ่ม 'ธรรมนูญสุขภาพ' 2 เขต สานพลังตั้งเป้าหมาย-ระบุปัญหา กำหนดกติกาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี1 กุมภาพันธ์ 2566
สช.ลุยเพิ่ม "ธรรมนูญสุขภาพ" 2 เขต กทม. ดึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน "หนองแขม" เคาะเป้าหมาย 5ดี ด้าน "ยานนาวา" เล็งแก้ไข 3 ปัญหา พร้อมดึงภาคการเมืองร่วมกระบวนขับเคลื่อน
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยศูนย์ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมกับตัวแทนเขตหนองแขม และเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพเขตหนองแขม และธรรมนูญสุขภาพเขตยานนาวา โดยมีผู้บริหารเขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้ความสำคัญและร่วมประชุมอย่างคึกคัก
นายสุชาติ รักชื่อ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหนองแขม เปิดเผยว่า กลไกของธรรมนูญระดับชุมชน จะมีความสำคัญในการช่วยยกระดับสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการขับเคลื่อนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสานพลังกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ที่รวมถึงประธานชุมชน สภาองค์กรชุมชน และยังมีภาควิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ที่จะมาขับเคลื่อนงานร่วมกัน
ทั้งนี้ ภายในที่ประชุมได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายในการขับเคลื่อนสุขภาวะของพื้นที่ พร้อมกำหนดเป้าหมาย 5D (5ดี) ประกอบด้วย 1. สุขภาพดี 2. สิ่งแวดล้อมดี 3. เศรษฐกิจดี 4. ที่อยู่อาศัยดี และ 5. สังคมดี โดยในวงพูดคุยเห็นตรงกันว่าเป้าหมาย 5D ควรต้องเกิดขึ้นได้จริงในชุมชน ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะมีการกำหนดปฏิทินการทำงานร่วมกัน ผ่านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 8 พื้นที่โดยรอบชุมชนหนองแขม เพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของประชาชนในชุมชน


ขณะที่ นาวาโทสุรพงษ์ เพชรแท้ ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตหนองแขม กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชุมชนมีสุขภาวะที่ดีขึ้นในทุกมิตินั้น ชุมชนจะต้องเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน ซึ่งในพื้นที่เขตหนองแขมกำลังมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จึงอาจจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง รวมถึงการดูแลเด็กและเยาวชนในพื้นที่ด้วย
"ที่ผ่านมาเขตหนองแขมได้มีกิจกรรมต่างๆ สำหรับเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะการใช้กีฬา ศิลปะป้องกันตัวเป็นกิจกรรมให้กับเด็กๆ ซึ่งหากมีงบประมาณมาสนับสนุนเพิ่มเติมก็จะช่วยสร้างสังคมดีๆ ให้กับเด็กและเยาวชนในเขตได้" นาวาโทสุรพงษ์ ระบุ
ด้าน นายประสงค์ บุญเลิศ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เขตยานนาวา กล่าวว่า ปัญหาหลักที่พบในเขตยานนาวามี 3 ประเด็น คือ ปัญหาน้ำท่วมขัง ขยะตกค้าง และยาเสพติดภายในชุมชนที่ต้องได้รับการแก้ไขด่วน ซึ่งการขับเคลื่อนจะต้องเป็นการร่วมมือกันทำงานจากทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะกับชุมชน เพื่อให้เกิดเป็นธรรมนูญสุขภาพของพื้นที่ ที่จะเป็นกรอบกำหนดกติกาในชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ในส่วนวงพูดคุยของเขตยานนาวา ได้มีการเห็นพ้องร่วมกันว่ากลไกการขับเคลื่อนจะต้องเกิดจากการสานพลัง การทำงานร่วมเป็นภาคีเครือข่ายที่ประกอบด้วย ภาครัฐ คือ สำนักงานเขตยานนาวา, ศูนย์บริการสาธารณสุข 55 และศูนย์บริการสาธารณสุข 7 ภาคประชาชน คือ สภาองค์กรชุมชน ,ผู้นำชุมชน, อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.), ชุมชนที่จัดตั้งและไม่ได้จัดตั้ง, เครือข่ายเยาวชน และภาควิชาการ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ขณะเดียวกัน ยังมีการเพิ่มภาคการเมืองเข้ามาร่วมขับเคลื่อนด้วย คือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตยานนาวา โดยท้ายสุดของวงประชุมเขตยานนาวา ได้กำหนดปฏิทินการทำงานร่วมกัน โดยมุ่งเน้นทำความเข้าใจในการร่วมกันทำธรรมนูญสุขภาพเขตยานนาวา ซึ่งจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ. 2566 เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง และจะมีเวทีรวบรวมข้อมูล สถานการณ์ของพื้นที่เขตยานนาวาอีกด้วย

