สื่อต้องเคารพ 'อัตลักษณ์ทางเพศ' กรรมการสิทธิฯ เสนอ กสทช. จัดทำแนวทางนำเสนอเนื้อหา กลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ10 กุมภาพันธ์ 2565
กสม.แถลงผลตรวจสอบ กรณีการนำเสนอข่าวสารที่อาจกระทบต่อศักดิ์ศรี "กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ" พร้อมส่งข้อเสนอแนะถึง กสทช. เร่งจัดทำแนวทางการนำเสนอของสื่อที่เคารพอัตลักษณ์ทางเพศ หนุนทำคลอดกฎหมายส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2565 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดย นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ครั้งที่ 5/2565 โดยหนึ่งในวาระสำคัญคือการตรวจสอบกรณีการนำเสนอข่าวสาร ที่กระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกลุ่มหลากหลายทางเพศ พร้อมมีข้อเสนอแนะให้เร่งจัดทำแนวทางการนำเสนอเนื้อหาของสื่อมวลชนที่เคารพอัตลักษณ์ทางเพศ
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. ได้เห็นควรมีข้อเสนอแนะไปยังสถานีเคเบิ้ลทีวีผู้ถูกร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และรัฐสภา ประกอบด้วย
1. สถานีเคเบิ้ลทีวีผู้ถูกร้องในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ต้องไม่นำเสนอหัวข่าว ความนำ และภาพประกอบจนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากสาระสำคัญของข่าว และต้องนำเสนอข่าวโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องระมัดระวังการใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศด้านอัตลักษณ์ รวมทั้งควรปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ.2564 และแนวปฏิบัติสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เรื่อง การเสนอข่าว ความคิดเห็น และภาพเกี่ยวกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ พ.ศ.2564 อย่างจริงจัง
2. ให้สำนักงาน กสทช. จัดทำและผลักดัน (ร่าง) แนวทางในการนำเสนอเนื้อหารายการเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี และเผยแพร่แนวทางในการนำเสนอเนื้อหารายการฉบับดังกล่าว รวมทั้งกรณีข้อร้องเรียนที่ กสทช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่เหมาะสมให้สื่อมวลชน องค์กรสื่อ และองค์กรที่ควบคุมดูแลหรือกำกับดูแลสื่อทุกแขนงได้รับทราบทั่วกัน
3. ให้รัฐสภาเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งมีหลักการสำคัญในการคุ้มครองเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และมุ่งส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน อันจะเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน
สำหรับที่มาของเรื่องนี้ กสม.แถลงว่า ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนหลายกรณีระหว่างเดือน พ.ค. - ก.ค. 2564 กล่าวอ้างว่า สถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีแห่งหนึ่งและสำนักข่าวแห่งหนึ่ง เสนอข่าวสารโดยพาดหัวข่าวด้วยถ้อยคำที่อาจกระทบต่ออัตลักษณ์และศักดิ์ศรีของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น “รวบสาวสอง ค้ากามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี” “จับกะเทยฆ่าสาวทอม” “มีสาวประเภทสองรุมทำร้าย” ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ รวมทั้งเป็นการสร้างความเกลียดชังต่อกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในสังคม จึงขอให้ตรวจสอบ
จากนั้นในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2565 กสม.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย บทบัญญัติของกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนแล้วเห็นว่า บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว การกระทำอันเป็นการละเมิด หรือกระทบต่อสิทธิของบุคคล หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร แต่การดำเนินการต่างๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิของบุคคลดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นด้วย
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่าสถานีเคเบิ้ลทีวีผู้ถูกร้อง ได้เสนอข่าวที่มีข้อความตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างจริง แต่ยังไม่อาจถือได้ว่ามีการผลิตซ้ำและต่อเนื่อง จนถึงขนาดที่ทำให้สังคมเกิดอคติต่อกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ประกอบกับภายหลังได้รับการร้องเรียน ผู้ถูกร้องได้แก้ไขการนำเสนอข่าวสารที่มีเนื้อหาดังกล่าวแล้ว ขณะที่สำนักข่าวผู้ถูกร้องอีกแห่ง จากการตรวจสอบไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ในชั้นนี้จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองกระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

