ภาคี-สมัชชาฯ ประกาศเจตนารมณ์ ยกระดับสุขภาวะชาว ‘อุบลราชธานี’ เตรียมเคลื่อน 5 ประเด็นด้านสุขภาพ ต่อยอดความต้องการ ปชช.สู่รูปธรรม
สมัชชาสุขภาพอุบลราชธานี พร้อมภาคีเครือข่าย ประกาศเจตนารมณ์ “สมัชชาสานพลังพลเมือง สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน” เตรียมขับเคลื่อน 5 ประเด็นสำคัญ หนุนเสริมคุณภาพชีวิตชาวอุบลฯทุกช่วงวัย ด้านรองผู้ว่าฯ กำชับหน่วยงานต้องสานต่อแบบบูรณาการผ่าน 6 หลักคิด ให้เกิดนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่เพื่อพัฒนาจังหวัด
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับ สมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายใน จ.อุบลราชธานี สานพลังประกาศเจตนารมณ์ “สมัชชาสานพลังพลเมือง สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสุขภาวะ 5 ประเด็นสำคัญ ที่จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวอุบลราชธานี ให้สุขภาพดีในทุกมิติ ทั้งกาย ใจ ปัญญา และสังคม
สำหรับ 5 ประเด็นที่สมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ประกาศร่วมขับเคลื่อน ประกอบด้วย 1. การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล 2. การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย 3. การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้เท่าทันสื่อของเด็กและเยาวชน 4. การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยผู้สูงอายุ และ 5. การป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นการขับเคลื่อนเพื่อให้ จ.อุบลราชธานี ก้าวสู่สังคมสุขภาวะอย่างมีความยั่งยืนทั้ง 5 ประเด็น เป็นความต้องการโดยตรงของภาคประชาสังคมในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำประเด็นเหล่านี้ไปต่อยอดให้เกิดผลรูปธรรม และทำงานกันแบบบูรณาการกันทุกหน่วยงาน
ขณะเดียวกัน การทำงานของภาคีที่บูรณาการขับเคลื่อนร่วมกัน จะต้องคำนึงถึงหลักคิด 6 ด้านที่สำคัญ คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปฏิบัติ ร่วมกำหนด ร่วมประเมิน และร่วมกำหนดเป็นแผนหน่วยงานถึงวาระจังหวัดให้ได้
นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของ “สมัชชาสานพลังพลเมือง สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน” เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของชาวอุบลราชธานี ที่ร่วมกันสานพลังในการสร้างสุขภาวะ ให้มีการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างสอดคล้องและต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นต้นธารความสำเร็จที่ทำให้เกิดความยั่งยืนได้ในอนาคต
“สุขภาวะที่ดีจะเกิดขึ้นได้ หัวใจหลักคือการบูรณาการสานพลังกันทุกภาคส่วน ตั้งแต่เริ่มต้นแนวคิด ออกแบบแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ไปจนถึงการประเมินผลและติดตามจนเกิดเป็นนโยบายสาธารณะสำหรับพื้นที่ ที่จะเป็นกติกาของการอยู่ร่วมกัน” นพ.ปรีดา กล่าว
ขณะที่ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 10 กล่าวว่า นโยบายสาธารณะคือข้อตกลงร่วม ที่เกิดจากการหลอมรวมกันของทุกภาคส่วนในสังคม ที่เข้ามาสานพลังในการสร้างกติการ่วมกัน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน วิชาการ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันออกแบบนโยบายสำหรับพื้นที่ที่มีประโยชน์สำหรับทุกคน
นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า นอกจากนโยบายสาธารณะในพื้นที่ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมแล้ว นโยบายนั้นต้องกินได้ สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง โดยสิ่งสำคัญคือทุกภาคส่วนต้องลงมือทำ พร้อมกับเรียนรู้ด้วยกันอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นพ.สุรพร ลอยหา รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะในพื้นที่ จะต้องเป็นการทำงานในลักษณะสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่งเรามีปัจจัยทั้งอำนาจแข็ง (Hard Power) และอำนาจอ่อน (Soft Power) สำหรับใช้ในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน ซึ่งหากการทำงานอย่างบูรณาการ ผสมเข้าไปกับความรู้ทางวิชาการอย่างมีส่วนร่วม จะช่วยทำให้การขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัด มีประสิทธิภาพและนำไปสู่ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมได้


