‘รมณีย์’ ตำบลต้นแบบปลอด ‘หนี้สิน’ ด้วยการลุกขึ้นรวมตัว-จัดการตนเอง ผ่านการตั้ง ‘สถาบันการเงินชุมชน’ สร้างวินัยการออม-เพิ่มคุณภาพชีวิต

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

โลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจ ... ความผันผวนของอัตราค่าเงิน การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ความไม่แน่นอนของตลาดหุ้น สินทรัพย์ดิจิทัล ฯลฯ ส่งผลกระทบกับผู้คนเป็นวงกว้าง และมีส่วนทำให้คนจำนวนหนึ่งสูญเสียความมั่งคั่งในระยะเวลาอันสั้น

 

ทว่า เหตุการณ์นั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยกับชุมชนแห่งหนึ่งใน .พังงา ซึ่งมีภูมิคุ้มกันด้านการเงินเป็นอย่างดี

 

ภูมิคุ้มกันที่ว่า เกิดขึ้นจากลุกขึ้นมาจัดการตนเองมาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปี

 

ตำบลรมณีย์ .กะปง .พังงา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรราว 2,670 คน มีสถาบันการเงินและกองทุนสวัสดิการของชุมชน ที่ปัจจุบันมียอดเงินรวมกันไม่น้อยกว่า 13-14 ล้านบาท ภายใต้สมาชิกกว่า 1,500 คน ด้วยการนำของ พี่เหมียกัลยา โสภารัตน์ ประธานสถาบันการเงินชุมชนบ้านรมณีย์

 



เธอเล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของการกำเนิดสถาบันการเงินชุมชนเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งมีที่มาจากความเจ็บปวดของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่สูญเสียสามีอันเป็นเสาหลักของครอบครัว และขณะนั้นก็แร้นแค้นเกินกว่าจะหาเงินมาจัดงานศพให้สามีได้ ที่ช้ำกว่านั้นคือ จะหยิบยืนเงินจากใครก็ไม่ได้ ด้วยไม่มีเครดิต-ความน่าเชื่อถือ

 

เธอถึงขั้นอยากจบชีวิตตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดอยู่ที่ห่วงลูกน้อยทั้ง 3 คน ความจน-ความยากลำบาก และลูกน้อยอีก 3 ชีวิต ทำให้กัลยายอมกลืนเลือด และลุกขึ้นสู้แบบหลังชนฝา เธอคิดเพียงว่า ต้องปลดหนี้เพื่อสร้างอิสระให้กับชีวิต 

 

สอดรับกับในขณะนั้น คนในชุมชนรมณีย์เต็มไปด้วยหนี้สิน ทั้งการกู้ยืมเงินจากกองทุนหมู่บ้านไปใช้จ่ายอย่างไม่เกิดประโยชน์ การเป็นหนี้นอกระบบ ฯลฯ 

 

ถ้ายังเป็นหนี้กันทั้งชุมชนแบบนี้อยู่ คนรุ่นหลังแย่แน่พี่เหมียคิดแบบนั้น เธอคิดต่อไปว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินในชุมชน โดยต้องเริ่มจากการฝึกให้ทุกคนมี วินัยในการออม

 

เป็นหนี้ไม่เป็นไร แต่ต้องรู้จักออมไปด้วย เราตั้งต้นจากการมีวินัย ทุกคนต้องมาฝากเงินทุกเดือนถึงจะเป็นสมาชิกกลุ่ม และรับสิทธิประโยชน์จากกลุ่มได้

 

พี่เหมียชักชวนสมาชิกในหมู่บ้านประมาณ 50 คน จัดตั้ง กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตรมณีย์ศรีสยาม ขึ้นในปี 2547 โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เป็นพี่เลี้ยง เงินประเดิมก้อนแรกที่รวบรวมไม่ถึง 1 หมื่นบาท 

 

โครงสร้างของกลุ่มออมทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นธนาคารของชุมชน ทุกคนนำเงินเข้ามาฝาก-ถอนได้ในทุกวันที่ 10 และ 20 ของทุกเดือน โดยมีสมุดบัญชีแยกเป็นของแต่ละคน ขณะเดียวกันหากใครต้องการใช้เงิน ก็สามารถกู้เงินได้จากกลุ่มออมทรัพย์ฯ โดยตรงได้ โดยดอกเบี้ยถูกแสนถูกเพียง 1% ต่อเดือน



 



การกู้เงินกับกลุ่มออมทรัพย์ฯ นี้เอง ช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบโดยกลุ่มได้ไปช่วยซื้อหนี้ของชาวบ้านเพื่อให้มาผ่อนชำระด้วยดอกเบี้ยราคามิตรภาพ รวมไปถึงการซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น รถจักรยานยนต์  การต่อเติม/ซ่อมแซมบ้าน ฯลฯ ทางกลุ่มออมทรัพย์ฯ ก็จะเป็นผู้จ่ายเงินก้อน แล้วให้ชาวบ้านมาทยอยผ่อนจ่ายแทน ซึ่งเงินที่ได้จากดอกเบี้ยนี้ก็จะหมุนเวียนกลับไปกลายเป็นเงินปันผลให้กับสมาชิกทุกคนอีกด้วย

 

มากไปกว่านั้น มีการต่อยอดเพิ่มในปี 2549 ด้วยการจัดตั้ง กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลรมณีย์ ความช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกที่เดือดร้อน โดยเฉพาะงานศพ”  อันเป็นบทเรียนของความเจ็บปวดที่เธอเผชิญมา

 

กองทุนสวัสดิการฯ อีกชื่อหนึ่งคือกองทุนสัจจะวันละ 1 บาทเป็นการเก็บเงินจากคนในชุมชนวันละ 1 บาท หรือปีละ 365 บาท เพื่อนำมาใช้เป็นสวัสดิการของสมาชิกที่ช่วยเหลือดูแลกันตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย กล่าวคือเมื่อเกิดบุตรของสมาชิกก็จะได้เงินรับขวัญ 500 บาท พร้อมเปิดบัญชีให้ในกลุ่มออมทรัพย์ฯ

 

เมื่อแก่กองทุนฯ จะให้ความช่วยเหลือ เยี่ยมบ้าน มอบข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้ตามความเหมาะสม ครั้งละไม่เกิน 300 บาท ส่วนเจ็บจะมีการดูแลชดเชยค่าใช้จ่ายระหว่างนอนโรงพยาบาล คืนละ 100 บาท ไม่เกิน 10 คืน จากนั้นเมื่อตายจะมีการช่วยเหลือค่างานศพให้ตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เช่น 4 ปี 5,000 บาท, 8 ปี 10,000 บาท หรือเกิน 10 ปีขึ้นไป 20,000 บาท เป็นต้น

 

นอกจากนี้ยังเกิดการต่อยอดไปสู่การรวมกลุ่มอื่นๆ อย่าง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรตำบลรมณีย์ ในปี 2557 ที่สามารถสร้างอำนาจต่อรองราคาขายผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผลผลิตสำคัญของชาวบ้านอย่างยางพาราที่มีการรวบรวมและควบคุมคุณภาพเข้าไว้ด้วยกัน ก่อนเปิดให้กับพ่อค้าคนกลางเข้ามาประมูล ช่วยให้สามารถเพิ่มราคาผลผลิตได้



 

พอทุกคนเห็นว่าที่นี่เป็นที่พึ่งให้ชุมชน ก็มองเห็นประโยชน์และเข้ามาร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องปลูกฝังให้ทุกคนรักกลุ่มตรงนี้ให้ได้ ให้เขาเข้าใจว่าเป็นกลุ่มของทุกคน ไม่ใช่ของพี่เหมีย สมาชิกทุกคนต้องมีหน้าที่ช่วยกันดูแล และมีสิทธิตรวจสอบได้ นี่จึงจะเป็นความยั่งยืนให้กับคนในชุมชนได้จริงเธอเน้นย้ำถึงหลักการของการจัดการเงินโดยชุมชน

 

นับจากจุดเริ่มต้นด้วยคนไม่ถึงร้อย ทุกวันนี้ชาวรมณีย์กว่า 1,500 คน ใน 4 หมู่บ้าน หรือเกือบทั้งหมดในตำบลล้วนแต่เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม-กองทุนฯ ทั้งสิ้น 

 

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ บอกว่า การลุกขึ้นมาจัดการตนเอง และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนบนกระบวนการการมีส่วนร่วม เป็นหนึ่งในหลักการสำคัญตาม ... สุขภาพแห่งชาติ ..2550 ที่มุ่งหมายสานพลังทุกภาคส่วนเข้ามาสร้างสังคมสุขภาวะ ที่ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม โดยตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากชุมชนรมมณีย์ ถือเป็นต้นแบบการเรียนรู้การร่วมมือร่วมใจในจัดการตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพราะได้ดำเนินการติดต่อกันมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี

 

ปัจจุบันชุมชนรมณีย์ ถูกยกให้เป็น 1 ใน 6 หลักสูตร ของ สถาบันเรียนรู้การพัฒนาพังงาแห่งความสุข ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการสมัชชาสุขภาพ ภายใต้ ...สุขภาพแห่งชาติ ..2550 และสมัชชาพังงาแห่งความสุข ภายใต้หัวข้อการเรียนรู้รมณีย์ : จัดสรรทรัพย์ แบ่งปันสุขที่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาเรียนรู้ร่วมกันได้



 18 ตุลาคม 2565