ขยาย ‘Advance Care Plan’ สู่ชุมชน หมุดหมาย สธ.ยกระดับบั้นปลายชีวิตให้คนไทยได้เลือก ‘มีสุขที่ปลายทาง’ เล็ง 7 กลุ่มโรคเขียนแผนดูแลล่วงหน้า16 กันยายน 2565
ประธาน Service Plan การดูแลประคับประคอง ย้ำความสำคัญ “Advance Care Plan” สธ.ดันเป็นทางเลือกแนวทางการรักษาตัวเองของประชาชน เร่งขยายเชื่อมโยงสู่ชุมชนให้ได้เรียนรู้-วางแผนการดูแลตนเองล่วงหน้า ชี้เป็นหัวใจหลักของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างมีคุณภาพ
พญ.ภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน และประธานร่วมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบบริการ สาขาการดูแลประคับประคอง (Service Plan Palliative Care) เปิดเผยในเวทีเสวนา “พัฒนาระบบการดูแลล่วงหน้า และการดูแลระยะท้ายแบบองค์รวมอย่างไรให้สุขปลายทาง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “มหกรรมสร้างสุขที่ปลายทาง ครั้งที่ 4” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2565 ระบุว่า ความสำคัญของการวางแผนการดูแลล่วงหน้า หรือ Advance Care Plan (ACP) จะเป็นทางเลือกสำคัญของคนไทยทุกคน ในการเลือกแนวทางการรักษาตัวเองอย่างที่ต้องการ หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้นำการวางแผนการดูแลล่วงหน้าเข้าสู่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ
พญ.ภาวิณี กล่าวว่า สธ.ได้เร่งรัดพัฒนาให้เกิดการเข้าถึงการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) โดยกำหนดให้เป็นแผนสำหรับทุกหน่วยบริการสาธารณสุขทั้งหมดที่ต้องดำเนินงาน และในปี 2566 จะมีการขยาย ACP เชื่อมโยงไปถึงระดับชุมชน ในหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนได้เรียนรู้ถึงการวางแผนการดูแลตัวเองล่วงหน้า

ทั้งนี้ การสนับสนุนให้เกิดการเขียนแผนดูแลรักษาตัวเองล่วงหน้า เกิดจาก สธ.ได้ร่วมกันคิด และเห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนมีสิทธิกำหนดชีวิตของตัวเองในบั้นปลายได้ โดยการวางแผนรักษาดูแลตัวเองล่วงหน้า จะเป็นหัวใจหลักของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายได้อย่างมีคุณภาพ ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการเคารพความเป็นมนุษย์ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องอยู่ภายใต้องค์ความรู้ทางวิชาการในโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ตามความเห็นของแพทย์
ขณะเดียวกัน การนำเอา ACP มาผูกเข้ากับหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ จะทำให้เกิดการค้นหาผู้ป่วยในพื้นที่ เกิดการประเมินผู้ป่วยว่าต้องการดูแลแบบประคับประคองหรือไม่ และนำสู่การเขียนแผนรักษาดูแลตัวเองล่วงหน้า ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเติมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย คนในชุมชนที่สามารถเลือกความต้องการในระยะสุดท้ายของชีวิตได้ ซึ่งในอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นการทำให้ ACP ได้ทำหน้าที่อย่างมีคุณค่า
“ACP จะเป็นทางเลือกสำคัญให้กับคนไทยในการเลือกรับการรักษา ว่าอยากได้เครื่องช่วยชีวิตเพื่อยืดความตายออกไปหรือไม่ หรือหากต้องการตายดี จะตายที่ไหน ที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล สิ่งเหล่านี้ประชาชนมีสิทธิเลือกได้หมด” พญ.ภาวิณี ย้ำ
พญ.ภาวิณี กล่าวอีกว่า สธ.ต้องการให้เกิดการเขียนแผนรักษาดูแลตัวเองล่วงหน้า ใน 7 กลุ่มโรค-กลุ่มประชากร ประกอบด้วย 1. มะเร็ง 2. ไตวาย 3. ถุงลมโป่งพอง 4. หัวใจล้มเหลว 5. ตับล้มเหลว 6. กลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรค และ 7. กลุ่มเด็กที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง
สำหรับทั้ง 7 กลุ่มจะมีการกระตุ้นให้เกิดการแผนรักษาดูแลตัวเองล่วงหน้า ที่ผ่านกระบวนการปรึกษาร่วมกันระหว่างผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์ ที่จะวางแผนการรักษาร่วมกัน และตรงกับความต้องการของผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต

กระนั้นการกระตุ้นให้ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคนี้ ได้เขียนแผนดูแลรักษาตัวเองล่วงหน้า หรือ ACP ก็จำเป็นจะต้องมีที่ปรึกษา หรือ “คนสอนเขียน” ที่ให้ความเข้าใจถึงการวางแผนรักษาดูแลตัวเองล่วงหน้า และการดูแลแบบประคับประคองหากผู้ป่วยต้องการ
“ปัจจุบัน เรามีคลินิกการวางแผนรักษาดูแลตัวเองล่วงหน้าในโรงพยาบาล ซึ่งนำร่องไปหลายเขตสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคได้เรียนรู้การเขียนแผนการรักษาตัวเอง โดยข้อมูลความต้องการของผู้ป่วยจะถูกบันทึกไว้ที่โรงพยาบาล และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา หรือผู้ป่วยอยู่ในภาวะที่ตัดสินใจไม่ได้แล้ว แพทย์จะใช้แผนรักษาดูแลตัวเองล่วงหน้าของผู้ป่วยมาใช้เป็นแนทางการรักษา ดูแลตามที่ผู้ป่วยต้องการ” พญ.ภาวิณี ย้ำ
พญ.ภาวิณี สะท้อนอีกว่า การวางแผนดูแลรักษาตัวเองล่วงหน้า ยังสามารถกำหนดหรือมอบหมายให้คนที่ตัดสินใจแทนในกรณีที่เราไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้แล้ว ที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นญาติ หรือคนในครอบครัว หากแต่เพื่อนรัก เพื่อนสนิทที่รู้ใจเราที่สุด ก็สามารถมอบหมายให้เป็นผู้ตัดสินใจแทนได้
“สธ.วางเป้าหมายให้ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข และมีระบบสุขภาพที่ยั่งยืน การมีสุขภาวะที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในระยะสุดท้ายของการเจ็บป่วย ยังเป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่มีมาตรา 8 ให้สิทธิสามารถเลือกรับหรือไม่รับการรักษา และมาตรา 12 ให้สิทธิในการร้องขอหยุดการรักษา หากเป็นไปเพียงเพื่อยืดความตายออกไป กฎหมายฉบับนี้มีความก้าวหน้าไปมาก และมองว่าสิ่งนี้คือหัวใจของการมีชีวิตอยู่ เพื่อเมื่อถึงระยะท้าย บั้นปลายของชีวิต จะเกิดสุขที่ปลายทางอย่างแท้จริง” พญ.ภาวิณี สรุปตอนท้าย

