ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม รมต.เอเปค 'ด้านสตรีและเศรษฐกิจ' มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการหญิง หนุนความเท่าเทียมทางเพศในธุรกิจ
6 กันยายน 2565
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

7 ก.ย.นี้ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เสริมพลังสตรีร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ


น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2565 ระบุว่า ครม.เห็นชอบร่างแถลงการณ์การประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจประจำปี พ.ศ.2565 หรือ Ministerial APEC Women and Economy Forum (WEF) Statement 2022 และร่างแถลงการณ์ประธานการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี พ.ศ.2565 หรือ WEF Chair's Statement 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในรูปแบบ Hybrid ในวันที่ 7 ก.ย. 2565 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร (กทม.)

สำหรับร่างแถลงการณ์ทั้ง 2 ฉบับนี้ มีสาระสำคัญในลักษณะเดียวกัน คือ 1. ผลักดันความเสมอภาคระหว่างเพศ การเสริมพลังสตรี และระบบเศรษฐกิจที่มีความครอบคลุม ยั่งยืน 2. ผลักดันการฟื้นฟูอย่างครอบคลุม สมดุล และเท่าเทียมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 3. เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการเร่งดำเนินการตามแผนลาเซเรนาเพื่อสตรี และการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม

4. ให้ความสำคัญกับปัญหาอุปสรรคที่ขัดขวางการมีส่วนร่วมและความเท่าเทียมของสตรีในทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 5. มุ่งมั่นในการป้องกันและขจัดความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ 6. เสริมพลังทางเศรษฐกิจของสตรีผ่านระบบเศรษฐกิจ BCG และ 7. ให้ความสำคัญกับมาตรการ ในการทำงานที่มีความยืดหยุ่น

พร้อมกันนี้ ครม. ยังเห็นชอบรับรองเอกสารชุดเครื่องมือการกำหนดนโยบาย และแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสตรีวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) ในระดับชาติ (Strengthening Women's Entrepreneurship in National MSME Policies and Action Plans Toolkit for Policymakers) ซึ่งจะมีการรับรองเอกสารดังกล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ระหว่างวันที่ 5-11 ก.ย. 2565 ณ จังหวัดภูเก็ต

ในส่วนของเอกสารชุดเครื่องมือนี้ ประกอบด้วยชุดเครื่องมือการประเมินตนเอง (Self-assessment Tool) เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบใช้ประเมินก่อนการดำเนินงานว่าปัจจัยด้านความเท่าเทียมทางเพศได้ถูกรวบรวมไว้ในนโยบายหลักของการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ MSME หรือไม่ เพื่อนำไปใช้กำหนดนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยมีเนื้อหารวม 5 บท ได้แก่

บทที่ 1 เกี่ยวกับกรอบดำเนินงานของชุดเครื่องมือกำหนดนโยบาย โดยให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่มพลังทางเศรษฐกิจของสตรี

บทที่ 2 กล่าวถึงการวางบริบทผู้ประกอบการสตรีในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นจุดยืนของประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Member States - AMS) เป็นพิเศษ ซึ่งครอบคลุมมิติทางกฎหมาย เศรษฐกิจ และความท้าทายที่สตรีต้องเผชิญ

บทที่ 3 กล่าวถึงภาพรวมโดยสังเขป เกี่ยวกับนโยบายและโครงสร้าง MSME ในแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเชียน ซึ่งวิเคราะห์นโยบายและกฎหมาย ที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้ประกอบการสตรี และความท้าทายที่ผู้ประกอบการสตรีต้องเผชิญ 

บทที่ 4 นำเสนอองค์ประกอบที่สำคัญของนโยบายที่ริเริ่มการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการสตรี เป็นการยกตัวอย่างและกรณีศึกษาที่สะท้อนประสบการณ์ด้านนโยบายระดับโลกและระดับภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการของสตรี

บทที่ 5 นำเสนอกรอบการประเมินตนเอง และเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อ ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบาย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ MSME เข้าใจระบบนิเวศของผู้ประกอบการสตรีในประเทศของตนเองได้ดีขึ้น โดยมีการจัดทำบัตรคะแนน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพื้นฐาน และมีกลไกในการติดตามความคืบหน้าในอนาคต

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า ทั้งหมดนี้เป็นการยืนยันว่าประเทศสมาชิกเอเปค ตั้งเป้าส่งเสริมสตรีให้มีบทบาททางเศรษกิจฐมากขึ้น โดยร่วมกันกำหนดแนวทางที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่ความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม