สธ.แนะทักษะรับมือโรคภัยจาก 'การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ' หลังไทยกำลังประสบความเสี่ยงสูง โรค-ภัยพิบัติเกิดมากขึ้น รุนแรงขึ้น1 กันยายน 2565
กรมอนามัย แนะประชาชนดูแลสุขภาพตนเอง ลดเสี่ยงโรคและภับพิบัติด้วย 7 ทักษะในการปรับตัว พร้อมรับภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น และรูปแบบของฤดูฝนที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่งผลให้ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น โรคระบบทางเดินทางเดินหายใจ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคจากความร้อนและโรคติดต่อนำโดยแมลง เช่น โรคมาลาเรีย โรคไข้เลือดออก และยังพบการเสียชีวิตจากภัยพิบัติด้วย

ดังนั้น ประชาชนควรมีทักษะในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนี้ 1. ติดตามข้อมูลข่าวสารด้านการพยากรณ์อากาศเป็นประจำ เพื่อให้รู้ถึงสภาพอากาศและเตรียมตัววางแผนการใช้ชีวิตประจำวันให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุด
2. ประเมินสุขภาพหรือเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพเป็นระยะๆ โดยการสังเกตอาการ หรือติดตามความผิดปกติของร่างกายทั้งตนเองและบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ ผู้ทำงานกลางแจ้ง เป็นต้น โดยเตรียมยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การปฐมพยาบาลให้พร้อม
3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้เกิดการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอย่างเหมาะสม เช่น การหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงสภาพอากาศร้อนจัด การเตรียมน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาดและเพียงพอในช่วงเกิดภัยแล้งหรือภัยน้ำท่วม
4. เตรียมความพร้อมเมื่อต้องประสบภัยพิบัติ เช่น หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรเตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน ยารักษาโรค อาหารและน้ำดื่ม และการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อย้ายสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางรัฐจัดไว้ให้อย่างทันการณ์
5. ดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น ปลูกต้นไม้ สร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก ลดอุณหภูมิโดยรอบให้ร้อนน้อยลง รวมทั้งการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อลดพาหะนำโรค เช่น การกำจัดแหล่งลูกน้ำยุงลาย การจัดการขยะมูลฝอยอย่างเหมาะสม
6. ใช้พลังงานสะอาด ลดการใช้พลาสติก และเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น และ 7. เสริมทักษะความรู้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
"เนื่องจากอันตรายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต จึงควรใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว หมั่นหาความรู้ เพื่อเสริมทักษะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่เสมอ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมและอาคารบ้านเรือน ให้พร้อมรับภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

