บอร์ดสุขภาพจิตแห่งชาติ เคาะ 'แผนพัฒนาสุขภาพจิต' ระยะ 2 หนุน 'สุขภาพทางปัญญา' คนไทย ให้ทุกช่วงวัยอารมณ์ดี-มีความสุข
1 กันยายน 2565
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เห็นชอบ "แผนพัฒนาสุขภาพจิต" ระยะที่ 2 ให้คนทุกช่วงวัยมีปัญญา-อารมณ์ดี-มีความสุข พร้อมพิจารณาแนวทางการดูแลความรุนแรงในสังคม ให้ครอบคลุม-เหมาะสมบริบทในพื้นที่


ที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 31 .. 2565 มีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (..2561-2580) ระยะที่ 2 (..2566-2570) ที่กำหนดวิสัยทัศน์ว่าคนทุกช่วงวัยมีปัญญา อารมณ์ดี มีความสุข และอยู่ในสังคมอย่างทรงคุณค่าโดยเตรียมเสนอแผนต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป


สำหรับแผนฯ ดังกล่าวมีเป้าหมาย 7 ประเด็น ได้แก่ 1. เด็กมีความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) 2. เด็กมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) 3. ครอบครัวมีความเข้มแข็งและอบอุ่น 4. คนไทยมีสุขภาพจิตดี 5. ลดอัตราการฆ่าตัวตาย 6. จังหวัดมีการบูรณาการงานสุขภาพจิตตามมาตรฐาน 7. ประเทศไทยมีคะแนนความสุข (World Happiness Index) เพิ่มขึ้น


ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางการดูแลความรุนแรงทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม โดยจัดระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวช (Severe Mental Illness with Violence: SMI-V) ตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง, การส่งต่อผู้ป่วย เพิ่มการเข้าถึงบริการด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับสายด่วน 1669 และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น, การดูแลรักษาโดยทีมสหวิชาชีพในโรงพยาบาล และฟื้นฟูด้วยระบบ case management โดยชุมชน


ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดจัดทำแผนให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ และนำเสนอความก้าวหน้าในการประชุมครั้งต่อไป




นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานการประชุม เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2565 มีการผลักดันให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานเพื่อบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิตระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัด ดำเนินงาน 6 ประเด็น ได้แก่ 1. สร้างเสริมความเข้มแข็งทางใจ 2. ลดอัตราการฆ่าตัวตาย 3. ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V)


4. ดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 5. ดูแลผู้ป่วย Long COVID-19 6. ติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชเนื่องจากสารเสพติด ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ภาคส่วนต่างๆ บูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของทุกกลุ่มวัยในชุมชน


"นอกจากนี้ยังมีความก้าวหน้าเรื่องการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตแก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาและมหาวิทยาลัย รวมถึงสร้างมาตรฐานการให้บริการด้านจิตวิทยาการปรึกษาด้วย" นายสาธิต กล่าวภายหลังการประชุม