วางกรอบขับเคลื่อน 7 เรื่องหลัก สู่ 'การแพทย์ไทยทศวรรษใหม่' ใช้เทคโนโลยี-พัฒนาระบบข้อมูล มุ่งดูแลผู้ป่วยทุกคนแบบ 'วีไอพี'
11 กรกฎาคม 2565
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

รมช.สธ.เผยกรอบ 7 เรื่องหลักเสริมสร้างระบบสุขภาพประเทศไทยในทศวรรษหน้า พุ่งเป้าทุกสถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยทุกคนแบบวีไอพี ผนึกกำลังดูแลผู้สูงอายุกับภาคีเครือข่าย 3 หมอชุมชน 


นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ปาฐกถาในหัวข้อ ยกระดับการแพทย์ไทยเพื่อบริการประชาชน: การแพทย์วิถีใหม่ (New Normal Medical Services) ภายในงานประชุมวิชาการ 80 ปีกรมการแพทย์ “ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต: Do our best for all” เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2565 ตอนหนึ่งว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขประเทศในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ เกิดความพึงพอใจและได้รับประโยชน์สูงสุดสำหรับในทศวรรษใหม่ต่อจากนี้ ต้องมุ่งเน้นขับเคลื่อนใน 7 เรื่องหลัก


สำหรับ 7 เรื่องหลัก ประกอบไปด้วย 1. ปรับรูปแบบการบริการให้มีความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 โดยสนับสนุนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ 2. พัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลให้บริการผู้ป่วยทุกคนแบบ VIP สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย 3. บูรณาการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม ร่วมกับภาคีเครือข่ายและ 3 หมอในชุมชน

4. พัฒนาศักยภาพงานบริการ ต่อยอด 30 บาท “รักษาทุกที่ ไม่ต้องมีใบส่งตัว” อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงระบบรักษา ลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย 5. พัฒนาการรักษามะเร็ง รักษาทุกที่ เข้าถึงการรักษาแบบครบวงจร ทั้ง ผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษา 6. พัฒนาศูนย์วิจัยกัญชาทางการแพทย์ระหว่างประเทศ 7. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เป็นศูนย์ข้อมูลกลางสุขภาพประชาชน 


นายสาธิต กล่าวว่า ทั้ง 7 เรื่องดังกล่าวจะทำให้ระบบสาธารณสุขประเทศมีความก้าวหน้า นำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแรง ประชาชนแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรงต่อไป และแม้ว่าโรคโควิด-19 กำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่ยังต้องเตรียมพร้อมรองรับการดูแลรักษาและบริการทั้งผู้ป่วยโควิด-19 และผู้ป่วยโรคอื่นๆ ตลอดเวลา

"ถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด สาธารณสุขสร้างชาติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สาธารณสุขวิถีใหม่ที่ดีกว่าเดิมในปี 2565 เพื่อยกระดับการแพทย์ด้วยการแพทย์วิถีใหม่ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผู้ป่วยได้รับบริการอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม ผู้ให้และผู้รับบริการมีความปลอดภัยทั้งในสถานการณ์ปกติและเมื่อเกิดโรคอุบัติใหม่ รวมถึงลดความแออัดในสถานบริการ" นายสาธิต กล่าว