แค่วันละแก้วก็เสี่ยงได้ งานวิจัยสหรัฐฯ ชี้ “ดื่มแอลกอฮอล์” เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง ยิ่งดื่มมากยิ่งเสี่ยง
8 กันยายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับคำเตือนว่า “ดื่มเหล้ามากระวังโรคตับ” แต่หลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบันชี้ว่า ผลกระทบของแอลกอฮอล์อาจกว้างไกลกว่านั้น เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด และความเสี่ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณที่ดื่ม

งานวิจัยใหม่ที่วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของประชากรสหรัฐฯ ในช่วงปี 1990–2023 พบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่เชื่อมโยงกับการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นจาก 11,361 รายต่อปีในปี 1990 เป็น 23,126 รายในปี 2023 โดยพบความเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ รวมถึงมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ



 

แอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับมะเร็งอะไรบ้าง?

ข้อมูลจาก National Cancer Institute (NCI) ระบุว่า มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งอย่างน้อยหลายชนิด ได้แก่

  • มะเร็งช่องปาก
  • มะเร็งคอหอย
  • มะเร็งกล่องเสียง
  • มะเร็งหลอดอาหาร
  • มะเร็งตับ
  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • มะเร็งทวารหนัก

 

ความเสี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในคนที่ดื่มหนักเท่านั้น

ข้อมูลของ NCI ระบุว่า แม้การดื่มในระดับน้อยก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้ และโดยทั่วไป ยิ่งดื่มแอลกอฮอล์มาก ความเสี่ยงมะเร็งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม แม้ในระดับการดื่มที่ไม่ถือว่าหนักก็ตาม

ดังนั้น ความเชื่อที่ว่า “ดื่มวันละแก้วเพื่อสุขภาพ” โดยเฉพาะการดื่มไวน์แดง อาจช่วยป้องกันมะเร็งนั้น ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอรองรับ และ NCI ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าการดื่มไวน์แดงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง




หยุดดื่มแล้วความเสี่ยงลดลงหรือไม่?

ข้อมูลจาก NCI ระบุว่า การหยุดดื่มสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงของมะเร็งช่องปากและหลอดอาหาร และอาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งคอหอย เต้านม และลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ด้วย แม้การลดความเสี่ยงอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลับมาใกล้เคียงกับผู้ที่ไม่เคยดื่ม

จึงไม่ใช่คำว่า “สายเกินไป” สำหรับการลดการดื่ม เพราะทุกการลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงย่อมช่วยลดการได้รับสารที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ



 

ลดแอลกอฮอล์ ลดความเสี่ยงมะเร็ง

1. ยิ่งลดได้มากยิ่งดี
หากดื่มเป็นประจำ ควรพยายามลดทั้งปริมาณและความถี่ในการดื่ม

2. อย่าคิดว่าไวน์ปลอดภัยกว่าเหล้าหรือเบียร์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดมีเอทานอล และล้วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็ง

3. หลีกเลี่ยงการดื่มร่วมกับการสูบบุหรี่
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก คอหอย กล่องเสียง และหลอดอาหาร

4. ไม่ควรเริ่มดื่มเพื่อหวังผลดีต่อสุขภาพ
หลักฐานปัจจุบันไม่ได้สนับสนุนให้ผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เริ่มดื่มเพื่อป้องกันโรคหรือเพื่อสุขภาพ

5. จำง่าย ๆ ว่า “แอลกอฮอล์น้อยลง = ความเสี่ยงน้อยลง”
การลดการดื่มเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถทำได้เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งที่ปรับเปลี่ยนได้



 

มะเร็งไม่ได้เริ่มต้นจาก “ดื่มหนัก” เสมอไป

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันทำให้มุมมองต่อแอลกอฮอล์เปลี่ยนไป จากเดิมที่มักพูดถึงผลกระทบในแง่โรคตับหรืออุบัติเหตุเท่านั้น แต่ปัจจุบันพบหลักฐานชัดเจนขึ้นว่าแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิด

ดังนั้น การดูแลสุขภาพอาจไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดโรคก่อนแล้วจึงเปลี่ยนพฤติกรรม แต่สามารถเริ่มได้จากการ “ลด” สิ่งที่เพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ เพราะยิ่งดื่มน้อย ความเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ก็ยิ่งลดลง


ทั้งนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติมีมติที่เกี่ยวข้ิองกับการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ 

มติ 1.6 ยุทธศาสตร์ในการจัดการกับปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

มติ 2.5 ยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ

 

ข้อมูลจาก CNN