สช. เดินหน้าชู “ธรรมชาติ” เป็นฐานสุขภาพ สร้างโอกาสใหม่สู่สุขภาวะที่ยั่งยืน1 กันยายน 2569
วันที่ 31 สิงหาคม 2569
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
จัดการประชุมคณะทำงานพัฒนาประเด็น “การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม”
ครั้งที่ 2/2569 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น
กรุงเทพฯ โดยมี ศ.กิตติคุณ สุริชัย หวันแก้ว ประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม
เพื่อพิจารณาร่างเอกสารหลัก ร่างเอกสารมติ
และรายชื่อประเด็นสำหรับขับเคลื่อนเข้าสู่กระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19
ศ.กิตติคุณ สุริชัย กล่าวว่า
การสร้างเสริมสุขภาวะในปัจจุบันจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “สิ่งแวดล้อม”
ในฐานะรากฐานของสุขภาพ
ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่มีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งน้ำท่วมและการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
จึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ
และวางรากฐานความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพกับธรรมชาติให้เข้มแข็ง เพื่อให้คน ชุมชน
และระบบนิเวศสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ด้าน นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงแนวคิด “เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy)” ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศักยภาพของภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาบริการสุขภาพรูปแบบใหม่ จากเดิมที่มุ่งเน้นการรักษาในโรงพยาบาล ไปสู่การใช้ธรรมชาติและพื้นที่ชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น การพัฒนาบ่อน้ำร้อน แหล่งธรรมชาติ และกิจกรรมธรรมชาติบำบัดให้เป็นบริการสุขภาพที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม
“แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดความแออัดของสถานพยาบาล
แต่ยังสามารถสร้างอาชีพและรายได้ กระจายประโยชน์สู่ชุมชน
และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ” นพ.อภิชาติ กล่าว
ขณะที่ ดร.ปรัชญากรณ์ ไชยคช คณะทำงานและเลขานุการคณะทำงานฯ ได้นำเสนอร่างเอกสารหลักและร่างเอกสารมติ โดยกำหนดกรอบทิศทางนโยบายให้ประเทศไทยพัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม ใช้ธรรมชาติและระบบนิเวศที่มีคุณภาพเป็นฐานในการสร้างเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ เชื่อมโยงระบบสุขภาพกับชุมชน สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ และส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาวะที่ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม
สาระสำคัญของข้อเสนอครอบคลุม 6
แนวทาง ได้แก่ การพัฒนาระบบแนะนำกิจกรรมทางสังคมสีเขียว (Green
Social Prescribing) การกำหนดมาตรฐานพื้นที่และบุคลากรด้านธรรมชาติบำบัด
การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว
การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชน
การสนับสนุนงานวิจัยและประเมินความคุ้มค่าทางสังคม (SROI) และการพัฒนากลไกทางการเงินและสิทธิประโยชน์ของรัฐ
เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
สามารถเข้าถึงบริการสุขภาวะจากธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและเท่าเทียม
นอกจากนี้
ที่ประชุมยังได้พิจารณารายชื่อประเด็นเพื่อใช้สื่อสารต่อสาธารณะ
โดยมีข้อเสนอได้แก่
1.การขับเคลื่อนธรรมชาติบำบัดเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและเยียวยาจิตใจ
2.การใช้ธรรมชาติเป็นฐานเพื่อการบำบัดรักษาและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
3.การสร้างเสริมสุขภาวะผ่านธรรมชาติบำบัด
4.ธรรมชาติบำบัดเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน
5.การสร้างเสริมสุขภาพด้วยธรรมชาติ (Nature
Based Well-being)
6.การสร้างสุขภาพด้วยธรรมชาติ (Nature Based Health)
สำหรับขั้นตอนต่อไป มีกำหนดจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อประเด็นฯ วันที่ 14 กันยายน 2569 ประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 3/2569 วันที่ 21 กันยายน เวทีรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศและประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 4/2569 วันที่ 7 ตุลาคม และเวทีทำความเข้าใจระดับภาคทั้ง 4 ภาค วันที่ 21 ตุลาคม ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 ต่อไป

