5 ประเทศอาเซียนตอนล่างหารือ เตรียมรับมือ 'หมอกควันข้ามแดน' ร่วมเฝ้าระวังไฟป่า ก.ค.-ก.ย.นี้ คพ.ไทยจับตาพื้นที่ป่าพรุภาคใต้7 กรกฎาคม 2565
คพ.ร่วมประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศอาเซียนตอนล่าง เฝ้าระวังมลพิษจาก "หมอกควันข้ามแดน" พร้อมร่วมกันพิจารณากลยุทธ์การจัดการป่าพรุอย่างยั่งยืน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รับมอบหมายจาก รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 23 (23'd MSC) ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2565
สำหรับตัวแทนประเทศที่เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ดาโต ฮาจิ มูเอช จูอันดา ฮาจิ อับดุล ราชิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม, ดร.สิติ นูร์บายา บาการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, ดาโต้ ศรีตวน อิบราฮิม ตวน มาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำประเทศมาเลเซีย และ เอมี่ คอร์ รัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐในกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐสิงคโปร์
นายอรรถพล เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานของแต่ละประเทศ ในการเตรียมพร้อมรับมือหมอกควันข้ามแดนในอาเซียนตอนล่าง ซึ่งประเทศไทยได้มีการเตรียมดำเนินงานเพื่อป้องกันไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่ภาคใต้ และการรับมือสถานการณ์และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน รวมถึงการใช้แบบจำลองคาดการณ์สถานการณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า 7 วัน ในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. 2565
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณากลยุทธ์การจัดการป่าพรุในพื้นที่อาเซียนตอนล่าง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟจากป่าพรุโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้มีการจัดการอย่างยั่งยืนต่อไป โดยในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. ของทุกปี เป็นช่วงหน้าแล้งของภูมิภาคอาเซียนตอนล่าง มีโอกาสเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุ ทั้งป่าพรุภายในประเทศและป่าพรุบริเวณเกาะสุมาตรา
นายอรรถพล กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนตอนล่าง และเพื่อเตรียมความพร้อมภายในประเทศ คพ.ได้จัดประชุมหน่วยงาน ทส.ในพื้นที่ภาคใต้ ในการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองภาคใต้ ปี 2565
"รมว.ทส.ได้ให้นโยบายให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผน และร่วมมือร่วมใจในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจกับประชาชน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวังไฟไหม้ป่าพรุ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและการท่องเที่ยว" นายอรรถพล ระบุ

