กรมอนามัยยกระดับระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมฉุกเฉิน ผนึก 1,800 ทีม SEhRT–13 EOC รับมือภัยพิบัติ
24 สิงหาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 กรมอนามัยจัดงาน SEhRT Award และ EOC Assessment Award ประจำปี 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี เพื่อเชิดชูเกียรติบุคลากรและหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน พร้อมเดินหน้ายกระดับระบบรองรับภัยพิบัติของประเทศ ผ่านเครือข่ายทีมปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในภาวะฉุกเฉิน หรือ Special Environmental Health Response Team (SEhRT) กว่า 1,800 ทีมทั่วประเทศ และศูนย์ปฏิบัติการรองรับภาวะฉุกเฉิน กรมอนามัย หรือ DOH EOC จำนวน 13 แห่ง




แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยต้องเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ทั้งอุทกภัย อัคคีภัย มลพิษทางอากาศ สารเคมี และภัยสุขภาพ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพทีม SEhRT ให้สามารถ ประเมินสถานการณ์ เฝ้าระวังความเสี่ยง และจัดการปัญหาสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดผลกระทบด้านสุขภาพจากภัยพิบัติ

ปัจจุบันประเทศไทยมีเครือข่าย SEhRT มากกว่า 1,800 ทีม ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเขตสุขภาพ จังหวัด อำเภอ โรงพยาบาล และสถานบริการสาธารณสุข สามารถระดมกำลังและประสานการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อดูแลประชาชนและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ กรมอนามัยยังสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยีสำหรับการปฏิบัติงานของทีม ทั้งรถตรวจการณ์เคลื่อนที่ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ชุดทดสอบภาคสนาม ตลอดจนระบบประเมินและเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการประเมินสถานการณ์


เชิดชูทีมด่านหน้า “SEhRT Award” พร้อมตั้ง SEhRT Ambassador

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดงาน SEhRT Award และ EOC Assessment Award มีเป้าหมายเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเชิดชูเกียรติบุคลากรและหน่วยงานที่ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน

ในโอกาสนี้ กรมอนามัยได้ประกาศให้ นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย รับหน้าที่ SEhRT Ambassador เพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างอัตลักษณ์และขับเคลื่อนเครือข่าย SEhRT ให้มีความเข้มแข็งและต่อเนื่อง

ขณะที่รางวัล EOC Assessment Award มอบให้แก่ศูนย์อนามัยที่มีความพร้อมและสามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินได้อย่างเป็นรูปธรรม




13 DOH EOC เชื่อมระบบบัญชาการ รับมือภัยพิบัติแบบบูรณาการ

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้พัฒนาศูนย์ปฏิบัติการรองรับภาวะฉุกเฉิน หรือ DOH EOC ทั้ง 13 แห่ง ให้มีระบบและกลไกการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล ประสานงาน บริหารทรัพยากร และสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีม SEhRT ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ EOC จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลและการปฏิบัติงาน ตั้งแต่การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ การส่งต่อภารกิจ การระดมกำลังบุคลากร ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรด้านสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับระดับความรุนแรงของเหตุการณ์

การพัฒนาระบบดังกล่าวยังช่วยให้กรมอนามัยสามารถสนับสนุนพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากภัยพิบัติ พร้อมเชื่อมโยงการทำงานระหว่างระดับนโยบายและระดับพื้นที่ให้เป็นระบบเดียวกัน





ยกระดับ “อนามัยสิ่งแวดล้อม” รับมือภัยพิบัติยุคใหม่

ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีความถี่และความซับซ้อนเพิ่มขึ้น การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เพราะหลังเกิดภัยยังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง ทั้งน้ำและอาหารปนเปื้อน การสะสมของขยะและสิ่งปฏิกูล มลพิษทางอากาศ สารเคมี รวมถึงปัญหาสุขาภิบาลในพื้นที่พักพิง

การมีเครือข่าย SEhRT ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ประกอบกับระบบบัญชาการและสนับสนุนผ่าน DOH EOC จึงช่วยให้การประเมินความเสี่ยงและการจัดการปัญหาสุขาภิบาลสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ระดับพื้นที่ และเชื่อมต่อกับการบัญชาการในระดับกรมและกระทรวงได้อย่างรวดเร็ว

กรมอนามัยมุ่งให้กลไก SEhRT และ DOH EOC เป็นส่วนสำคัญของระบบการรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขของประเทศ เพื่อให้ไทยสามารถ รู้เร็ว ประเมินเร็ว ตอบโต้เร็ว และฟื้นฟูเร็ว” ลดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมยกระดับความพร้อมของประเทศในการรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


ข่าวและภาพ: กรมอนามัย