"ไม่มีใครปลอดภัย ถ้าสังคมไม่ปลอดภัย" ภารกิจสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตในยุคสื่อดิจิทัล โดยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน เวทีประกาศรางวัลดีเด่นด้านการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อ MIDL Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ ได้กลายเป็นพื้นที่สะท้อนพลังความร่วมมือครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เท่าทันโลกยุคใหม่




โอกาสนี้ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงมุมมองและวิสัยทัศน์ที่แหลมคม เกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนผ่านการรู้เท่าทันสื่อ




รากฐานการเดินทางและความท้าทายในยุคดิจิทัล

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ให้ความสำคัญกับมิติทางสังคมและสื่อมาอย่างยาวนาน โดย นพ.สุเทพ ย้อนภาพให้ฟังว่าในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2551 ได้มีมติขับเคลื่อนเรื่องผลกระทบของสื่อต่อเด็กเยาวชนและครอบครัว ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นนี้เป็นงานที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว ทว่าในโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล วิถีชีวิตของผู้คนมีความผูกพันและได้รับผลกระทบจากสื่อชนิดนี้มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหลักในการทำนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เพื่อหนุนเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี สช. จำเป็นต้องมองลึกไปให้ครบทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม ซึ่ง นพ.สุเทพ ได้สะท้อนแง่คิดที่น่าสนใจว่า "ร่างกายเราให้ไม่มีโรคนั้นว่ายากแล้ว แต่เรื่องของจิตใจและสังคมนั้นยากยิ่งกว่า และสื่อในปัจจุบันก็มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อมิติเหล่านี้"




เมื่อสังคมไม่ปลอดภัย... ไม่มีใครปลอดภัย

หากมองลึกลงไปในระดับปฏิบัติการ สช. ได้ประสานความร่วมมือกับหลายภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น การเข้าไปร่วมขับเคลื่อน "ธรรมนูญระบบสุขภาพ" ในสถานศึกษา เพื่อให้โรงเรียนได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับนักเรียน ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเจอในเด็กยุคนี้ คือ เรื่องการบูลลี่ , ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่มีสื่อเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้ นพ.สุเทพ จึงได้ฝากข้อคิดที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันไว้ว่า "โดยหลักแล้ว ไม่มีใครปลอดภัย ถ้าสังคมของเราไม่ปลอดภัย" ทุกคนในสังคมจึงต้องหันมาจับมือและช่วยกันทำให้สังคมปลอดภัยร่วมกัน




สูตรสำเร็จ "รู้เร็ว รู้เท่า รู้ทัน" และก้าวต่อไปของ สช.

การมาร่วมตัวกันของภาคีเครือข่ายและกลุ่มคนผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Influencer) ที่มาร่วมรับรางวัลและขับเคลื่อนงานในเวที MIDL Awards 2026 ครั้งนี้ถือเป็นพลังที่สำคัญยิ่ง โดย นพ.สุเทพ เชื่อมั่นว่า หากสังคมไทยสามารถร่วมสร้างทักษะและโอกาสในการ "รู้เร็ว รู้เท่า รู้ทัน" จะถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในการปกป้องและป้องกันภัยจากสื่อ ซึ่งจะเอื้อให้เกิดสุขภาวะที่ดีทั้งในระดับบุคคลและนำไปสู่การเป็น 'สังคมสุขภาวะ' ที่พึงประสงค์ได้สำเร็จ

สำหรับทิศทางการทำงานของ สช. ในปีต่อๆ ไป นพ.สุเทพ ย้ำชัดเจนว่าประเด็นการรู้เท่าทันสื่อเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกันกับทุกภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ภาคีหลักอย่างสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สดสย.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไปจนถึงภาควิชาการ ภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และที่ขาดไม่ได้เลยคือ สื่อมวลชนทุกแขนงที่จะต้องมารวมพลังช่วยกันสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป


อ่านมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มติ 1.9 ผลกระทบจากสื่อต่อเด็กเยาวชนและครอบครัว

https://www.samatcha.org/site/resolution/6891493a-2647-475c-be41-468c90847f85/detail

 24 สิงหาคม 2569