สสส. สสดย. และ สช. ประกาศยกย่องสุดยอดผู้นำ-องค์กรต้นแบบ คว้ารางวัล MIDL Awards 2026 ร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้เท่าทันสื่อฯ21 สิงหาคม 2569
สสส. สสดย. และ สช. ประกาศยกย่องสุดยอดผู้นำ-องค์กรต้นแบบ คว้ารางวัล MIDL Awards 2026 ร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้เท่าทันสื่อ พร้อมเปิดตัวเครือข่าย T-DiWell ขับเคลื่อนสุขภาวะการใช้สื่อยุคดิจิทัลมุ่งลดปัญหาเด็กไทยสมาธิสั้น-สุขภาพจิตย่ำแย่

21 ส.ค. 69 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) และ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สานพลังจัดงาน “รวมพลคนเท่าทันสื่อ” และพิธีมอบรางวัล “MIDL Awards 2026” เป็นปีที่ 3 เพื่อเชิดชูองค์กรและบุคคลต้นแบบที่ร่วมสร้างสังคมเท่าทันสื่อ พร้อมประกาศเดินหน้าเสนอมาตรการกำหนดช่วงวัยที่เหมาะสมในการเข้าใช้สื่อออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดปัญหาเด็กสมาธิสั้น พัฒนาการทางสมองตกต่ำ และสุขภาพจิตที่ย่ำแย่ของเด็กไทย

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่าปัจจุบันสื่อดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชน หากผู้ใช้งานขาดทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันทรัพย์สิน สุขภาพ และโอกาสของประชาชน จะก่อให้เกิดความเสี่ยงทางปัจจัยเชิงสังคมกำหนดสุขภาพ และความเสี่ยงปัจจัยเชิงพาณิชย์กำหนดสุขภาพ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัย จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากช่องทางการสื่อสาร ส่งต่อ สร้างความเข้าใจผิด หรือสร้างความเสี่ยง ทั้งต่อทรัพย์สินและสุขภาพของผู้รับสาร เช่น มิจฉาชีพสามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างภาพ เสียง และข้อความที่น่าเชื่อถือขึ้น หลอกให้โอนเงิน ลงทุน เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือกดลิงก์อันตราย ความเสียหายจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่เงินในบัญชีของคนคนหนึ่ง แต่ส่งผลต่อสภาพคล่องของครัวเรือน ความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัล และต้นทุนของภาคธุรกิจและประเทศ สอดคล้องกับรายงาน Global Risks Report 2026 โดยสภาเศรษฐกิจโลก จัดให้ข้อมูลผิดและข้อมูลบิดเบือนเป็นความเสี่ยงอันดับ 2 ของโลก ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สำหรับเด็กและเยาวชน ความท้าทายยังมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก เพราะเด็กไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้สื่อ แต่กำลังเติบโตและเรียนรู้ตัวตนผ่านสื่อ การใช้หน้าจอที่ไม่เหมาะสมตามวัย เนื้อหาที่รุนแรงหรือเกินวัย การกลั่นแกล้งออนไลน์ ตลอดจนการเปรียบเทียบตนเองกับภาพชีวิตที่ถูกคัดแต่ง ล้วนส่งผลต่อพัฒนาการ สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ และความสามารถในการเรียนรู้ระยะยาว เราจึงไม่ควรวางภาระให้เด็กต้องป้องกันตนเองเพียงลำพัง แต่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนมีทักษะรู้เท่าทันสื่อ
“การสร้างนิเวศสื่อสุขภาวะที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน จะต้องใช้พลังความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม สถานศึกษา และสถาบันครอบครัว ร่วมขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเร่งยกระดับทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) ที่มุ่งเปลี่ยนบทบาทของเยาวชนจากผู้เสพสื่อไปสู่ผู้ใช้สื่อและผู้สร้างสรรค์สื่ออย่างชาญฉลาด ซึ่งจะเป็นแกนหลักสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล เอื้อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้และการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะทางกาย จิต ปัญญา และสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว” รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) กล่าวว่า งาน MIDL Awards 2026 จัดขึ้นต่อเนื่องปีที่ 3 มีเป้าหมายสำคัญ คือยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรต้นแบบ ผู้ขับเคลื่อนและสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้และการรู้เท่าทันสื่อ ตลอดจนการร่วมสร้างค่านิยมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการสื่อสารที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสังคมไทย โดยปี 2569 มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งในประเภทองค์กรและบุคคล 176 ผลงาน และมีผลงานที่ผ่านเข้ารอบตัดสินและได้รับรางวัล 26 ผลงาน จากรางวัล 7 ประเภท ซึ่งองค์กรที่คว้าโล่เกียรติยศ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มูลนิธิไทยรัฐ และคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
“ในเวที MIDL Awards 2026 ยังได้เปิดพื้นที่ระดมสมองร่วมกับกลุ่มเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาวะ เพื่อออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับการสื่อสารยุคดิจิทัลให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการผลักดันให้เกิดมาตรการกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำของเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสากลที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญและขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยไทยจะต้องยกระดับเรื่องมาตรการกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำของเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงสื่อให้เป็นวาระแห่งชาติ และจัดตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนเพื่อออกแบบมาตรการที่เหมาะสม พร้อมจัดกิจกรรมและพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่พัฒนาทักษะชีวิตและทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยีในยุค AI ที่จำเป็นสำหรับพลเมืองในยุคดิจิทัล” ดร.ธีรารัตน์ กล่าว

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้แสดงวิสัยทัศน์การรู้เท่าทันสื่อในหัวข้อ “นโยบายสาธารณะ กับแนวทางการใช้สื่ออย่างมีสุขภาวะในสังคมไทย” โดยที่ผ่านมา ถ้าการสร้างสุขภาวะคือเป้าหมายระยะยาวที่สำคัญของประเทศไทย การมีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของสื่อที่มีต่อเด็กและเยาวชน จำนวนถึง 5 มติ คือ
1 ผลกระทบจากสื่อต่อเด็กเยาวชนและครอบครัว:ในการวางรากฐานนโยบาย เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสื่อ
2 การจัดการสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก ๒๔ ชั่วโมง: กรณีเด็กไทยกับไอที มตินี้มุ่งเน้นการปกป้องเด็กจากภัยออนไลน์ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) อย่างปลอดภัยตลอดทั้งวัน
3 การพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อบูรณาการกลไกคุ้มครองเด็ก เยาวชน และครอบครัวจากปัจจัยเสี่ยง: มตินี้มุ่งเน้นการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยรอบตัวอย่างเป็นระบบ
4 ความรับผิดชอบร่วมทางสังคมเกี่ยวกับอีสปอร์ตต่อสุขภาวะเด็ก มตินี้เกิดขึ้นหลังจากที่ภาครัฐมีการประกาศรับรองให้อีสปอร์ต (E-Sports) เป็นกีฬา ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ภาคส่วนต่างๆ เรื่องปัญหาเด็กติดเกม พฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรง และการพนันที่แฝงมากับการแข่งขัน จึงนำมาสู่การหาข้อตกลง เพื่อคุ้มครองสุขภาวะของเด็ก ควบคู่ไปกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเกม
5 ระบบสุขภาวะทางจิตเพื่อสังคมไทยไร้ความรุนแรง มตินี้ประกาศขึ้นเพื่อรับมือกับวิกฤตปัญหาสุขภาพจิตและความรุนแรงในสังคมไทยที่นับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยมุ่งเปลี่ยนมุมมองของสังคม ไม่ให้มองว่าสุขภาพจิตเป็นเพียงเรื่องของ "ปัจเจกบุคคล" แต่ต้องแก้ไขด้วยการสร้างระบบและโครงสร้างแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพจิตที่ดีร่วมกัน

นพ.สุเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยบริบททางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัญหาการใช้สื่อของเด็กและเยาวชนที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งในมิติทางกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม โดยอาวุธที่ทรงพลังในการรับมือความซับซ้อนของสื่อต่าง ๆ ที่เข้าถึงเด็กและเยาวชน คือ การสร้างความรอบรู้ และรู้เท่าทัน ให้เด็ก เยาวชน และผู้คนที่อยู่ล้อมรอบตัวเด็ก ได้มีความเข้าใจ และตระหนักร่วมกันอย่างจริงจัง รวมถึงการสร้างพันธมิตรความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงจะเป็นการสานพลังเพื่อรับมือปัญหา การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อในสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้คนในสังคมไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ทั้งผู้ผลิตสื่อ สถานศึกษา ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน และเปิดหน้าต่างแห่งโอกาสของเด็กไทยในด้านการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างรู้เท่าทัน

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะดิจิทัล (Thailand Digital Well-being Promotion Coalition: T-DiWell) ซึ่งเกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ร่วมกันของบุคคลและองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักวิชาชีพ กุมารแพทย์ และจิตแพทย์ ชุมชน และเครือข่ายต่างๆ เพื่อร่วมออกแบบสังคมดิจิทัลให้บุคคลทุกช่วงวัย ใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ มุ่งขับเคลื่อนงานผ่านการทบทวนองค์ความรู้และหลักฐานทางวิชาการ เพื่อนำเสนอแนวทาง มาตรการ และนโยบายในการยกระดับการใช้สื่อของเด็ก 0-12 ปี เป็นวาระสำคัญของชาติ เพื่อลดพฤติกรรมติดจอทั้งในมิติของสถานที่และเวลาใช้งาน และควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาสื่อที่ไม่เหมาะสมก่อนวัยอันควร พร้อมเปิดตัวประธานเครือข่าย T-DiWell คือ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี







