เปิดโจทย์ใหญ่สุขภาวะไทย! สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ดัน 2 วาระ “สร้างพลังคน–พลังธรรมชาติ” สู่สังคมที่ยั่งยืน
21 สิงหาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมรายการ “ยิ้มรับวันใหม่” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เพื่อพูดคุยถึงภาพรวม ความสำคัญ และความท้าทายของการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ซึ่งเตรียมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะของคนไทย



พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า การจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด สังคมอยู่ดีมีพลัง นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” โดยมุ่งสร้างพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และผนึกกำลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่ดี เพื่อให้คนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีพลัง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและวิกฤตการณ์ในหลากหลายมิติ

ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีของการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กระบวนการดังกล่าวสามารถผลักดันมติที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและนโยบายสาธารณะได้แล้วกว่า 103 มติ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ




สำหรับการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 มีประเด็นหลักที่เตรียมผลักดันจำนวน 2 เรื่อง ได้แก่

1. การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม

ประเด็นนี้มุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและระบบนิเวศในการบำบัด เยียวยา และดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ อาทิ การใช้ธรรมชาติเป็นพื้นที่ฟื้นฟูสุขภาพ หรือแนวคิดการ “อาบป่า” เพื่อลดความเครียดและเสริมสร้างสุขภาวะ

แนวทางดังกล่าวยังมุ่งลดการพึ่งพาสารเคมี และส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยเฉพาะการรับมือกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ขณะเดียวกัน เมื่อประชาชนได้รับประโยชน์และมีสุขภาวะที่ดีจากธรรมชาติ ก็จะช่วยสร้างจิตสำนึกและความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และดูแลสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

2. การพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มเริ่มต้นทำงานใหม่ หรือ First Jobber

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การสร้างระบบสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และจำนวนประชากรวัยแรงงานมีแนวโน้มลดลง

แนวทางดังกล่าวจะมุ่งส่งเสริมให้คนทำงานรุ่นใหม่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีความสุข มีสุขภาพจิตที่ดี มีทักษะในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ เพื่อให้สามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมได้อย่างมีคุณภาพ




ด้านนายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คือ การนำประเด็นนโยบายสาธารณะใหม่ ๆ เข้าสู่กระบวนการพูดคุยร่วมกันของผู้คนที่มีความหลากหลาย ทั้งในด้านวิถีชีวิต ประสบการณ์ และมุมมอง


การเปิดพื้นที่ให้คนจำนวนมากจากหลากหลายภาคส่วนได้มาพูดคุย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และหาทางออกที่ทุกฝ่ายสามารถเห็นพ้องร่วมกันได้ ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก แต่หากสามารถสร้างฉันทะร่วมกัน หรือเกิดความเห็นพ้องต้องกันได้ ก็จะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม” นายสุทธิพงษ์ กล่าว


อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ข้อเสนอเชิงนโยบายแล้ว ความท้าทายอีกขั้นหนึ่งคือการนำมติและข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติจริง เนื่องจากนโยบายสาธารณะเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่สามารถขับเคลื่อนได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการทำให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของร่วมกัน และเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันข้อเสนอไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง




สำหรับปีนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัด สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่” ขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่จากทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ ได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสุขภาพจากมุมมองของคนรุ่นใหม่


นายสุทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ได้ โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ จะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค เพื่อเปิดรับฟังข้อเสนอและความคิดเห็นต่อร่างมติทั้ง 2 ประเด็น ก่อนจะเข้าสู่การประชุมใหญ่ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เพื่อร่วมกันเปลี่ยนพลังจากการพูดคุยและฉันทามติ สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะที่มุ่งสร้างสังคมไทยให้ “อยู่ดี มีพลัง” อย่างยั่งยืน