เชียงใหม่ผนึกกำลังตั้งรับ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ยกร่างธรรมนูญสุขภาพ ชู 5 กลไกยกระดับคุณภาพชีวิตครบทุกมิติ

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

เชียงใหม่ – วันที่ 18 สิงหาคม 2569 คณะทำงานขับเคลื่อนระบบรองรับสังคมสูงวัยจังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการยกร่างธรรมนูญสุขภาพเพื่อรองรับสังคมสูงวัยจังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด โดยมุ่งหวังให้ธรรมนูญฉบับนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน 6 มิติหลัก ได้แก่ ด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วม และเทคโนโลยี




รับมือ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด”

ปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และกำลังมุ่งสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในระยะเวลาอันใกล้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เชียงใหม่มีประชากรกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 420,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 25.67 ของประชากรทั้งจังหวัด (เท่ากับประชากร 1 ใน 4 คือผู้สูงอายุ)

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้น เชียงใหม่ยังคงเผชิญกับ “ช่องว่างเชิงโครงสร้าง” หลายประการ อาทิ:

• ฐานข้อมูลผู้สูงอายุที่กระจัดกระจายและขาดการเชื่อมโยง

• การขาดแคลนบุคลากรและผู้ดูแล (Caregiver)

• งบประมาณที่มาจากหลายแหล่งและไม่เป็นเอกภาพ

• การขาด “กลไกเจ้าภาพร่วมระดับจังหวัด” ที่มีความชัดเจน




7 หมวดสำคัญ สู่ 5 กลไกเชิงปฏิบัติ

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันกำหนดสาระสำคัญของธรรมนูญสุขภาพฯ โดยแบ่งออกเป็น 7 หมวด ได้แก่:

1. การกำหนดให้การรองรับสังคมสูงวัยเป็นวาระสำคัญของจังหวัด

2. การพัฒนาฐานข้อมูลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ

3. การยกระดับระบบการดูแลระยะยาว (Long-Term Care) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

4. การพัฒนาเมืองและชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ

5. การส่งเสริมเศรษฐกิจสูงวัยและการจ้างงานผู้สูงอายุ

6. การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในทุกระดับ

7. การจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนและติดตามผลระดับจังหวัด




พร้อมกันนี้ ยังได้เสนอ เครื่องมือเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม 5 ประการ เพื่อนำธรรมนูญไปสู่การปฏิบัติจริง ได้แก่ การจัดตั้ง “Chiang Mai Ageing Board” เพื่อเป็นกลไกบูรณาการระดับจังหวัด, การตั้งกองทุนนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุ, การพัฒนาบริการปฐมภูมิและศูนย์ดูแลกลางวัน (Day Care), การจัดทำธรรมนูญผู้สูงอายุเชียงใหม่ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Silver Economy)




การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างแข็งขันจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ (อาทิ สำนักงาน พมจ.เชียงใหม่, สสจ.เชียงใหม่, อบจ.เชียงใหม่) ภาควิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคม นำโดยชมรมผู้สูงอายุจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่เคยประกาศร่วมกันไว้เมื่อปลายปี 2568 ว่าจะประสานทุกภาคส่วนเพื่อดูแลให้คนทุกกลุ่มวัย “กินดี อยู่ดี และมีระยะท้ายของชีวิตที่ดี”

 20 สิงหาคม 2569