สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ ระดับภูมิภาค ภาคกลาง กรุงเทพและปริมณฑลเสร็จเรียบร้อย เตรียมก้าวสุดท้ายของเวทีระดับชาติ
18 สิงหาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.


140 คนรุ่นใหม่จากภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วมวิเคราะห์ปัญหา ค้นหาจุดคานงัด และออกแบบข้อเสนอที่อยากเห็นเกิดขึ้นจริง ในวันที่ 15 – 16 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเอบิน่า เฮาส์ กรุงเทพมหานคร



เวทีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2569 ที่มาร่วมสะท้อนความคาดหวังต่อคนรุ่นใหม่ในการร่วมพัฒนานโยบายที่ “กินได้จริง”

กระบวนการนำให้ผู้เข้าร่วมได้เริ่มต้นจากการทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพร่วมกัน ก่อนจับกลุ่มกันในการคัดเลือก “ประโยคประเด็นปัญหา” ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาอะไร แต่เป็นปัญหานี้ส่งผลกระทบกับใครและอย่างไร ก่อนจะต่อเนื่องไปที่ใครกำลังพยายามแก้ปัญหานี้อยู่ และภาพฝันของปัญหาที่ได้รับการแก้ไข ช่วยให้เราเห็นผู้เล่นเดิม และเป้าหมายที่เด็กๆอยากให้เป็น


ประโยคประเด็นปัญหาถูกขับเคี่ยวต่อผ่านเครื่องมือ รูปทรงเสียงสา(ธารณะ) ซึ่งช่วยให้เราเห็นวงจร(วงกลม)การเกิดปัญหา การกดทับทางอำนาจ (สามเหลี่ยม) และสี่เหลี่ยมโครงสร้างสังคม รูปทรงแต่ละอันช่วยคลี่ปัญหาที่ยุ่งเหยิงและซับซ้อนให้ชัดเจนขึ้น และชวนให้ตั้งคำถามกับปัญหาที่อยู่ใกล้ตัว และมองให้ลึกลงไปว่า “อะไรคือปัญหาที่แท้จริง และอะไรคือสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้” ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการตามหา “จุดคานงัด” หรือจุดที่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น จะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของปัญหาในวงกว้างได้ เป็นจุดที่นโยบายจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง



หลังแต่ละกลุ่มได้พัฒนาข้อเสนอเบื้องต้นแล้ว ถึงบทบาทของผู้เข้าร่วมในกลุ่มอื่นๆและผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพ ยูนิเซฟประเทศไทย Thailand Policy Lab,UNDP รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ให้ความเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดนโยบายที่คมชัด ตรงจุด และเป็นได้จริง การให้ความเห็นไม่ใช้การชี้บอกนโยบายที่ควรทำแต่เป็นการช่วยตั้งคำถาม ท้าทายสมมติฐาน และเปิดมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหา



จาก “ปัญหาที่เราอยากเปลี่ยน” จึงค่อย ๆ พัฒนาเป็น “ข้อเสนอที่เราอยากเห็นเกิดขึ้นจริง”

หลังพัฒนาเนื้อหาอย่างเข้มข้น ทุกกลุ่มได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้เข้าร่วมในภูมิภาคของตนเอง และทำการโหวตเลือก ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เร่งด่วน ผลกระทบสูง เป็นไปได้ และมีความพร้อมสูงสุด

 

ผลลัพธ์จากเวที 2 พื้นที่

ภาคกลาง

1. CBT x Youth ชุมชนสร้างคน เยาวชนสร้างอนาคต จัดการปัญหายาเสพติดโดยการขยายผลโครงการ CBT โดยการมีส่วนร่วมของกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมกับสภาเด็กและเยาวชน ในระดับประเทศมุ่งเน้นให้เกิดการจัดให้มีการจัดระดับการดูแลผู้ใช้ผู้เสพยาเสพติด และสนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาในกระบวนการบำบัด สร้างระบบการเตรียมการไม่ให้เกิดเคสความรุนแรงจากกลุ่มผู้เสพ รวมถึงการจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ที่เหมาะสมกับทุกกลุ่ม และในระดับจังหวัดคาดหวังให้เกิดการจัดตั้งทีมเฝ้าระวังและฟื้นฟูระดับชุมชน โดยการมีส่วนร่วมระหว่าง อสม  ท้องถิ่น สถานศึกษาและเยาวชน เพื่อส่งเสริมการเฝ้าระวังและการเข้าถึงกลุ่มผู้เสพ รวมถึงการพัฒนาเด็กจากกลุ่มปัญหาเป็นแกนในการชักนำให้ห่างไกลยาเสพติด


2. การเพิ่มอัตรากำลังของบุคลากรทางการแพทย์ใน รพ.สต. ยกระดับบทบาทเชิงรุกในการป้องกันโรค รวมถึงสร้างการรับรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสนับสนุนงานของรพ.สต. โดยเฉพาะในการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค

3. แก้ไขปัญหาความลำบากในการเดินทางและการเข้าถึงบริการ โดยการต่อยอด health rider ให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล โดยความร่วมมือของสาธารณสุขจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการระบบ


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

1. เพราะการเรียนเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเด็กไปสู่อนาคตที่ดี ทั้งในแง่ของคุณภาพชีวิตและสุขภาพ ข้อเสนอ “เรียนฟรีมีอยู่จริง” มุ่งเน้นให้เกิดการสนับสนุนจากรัฐที่ทำให้เด็กเข้าถึงการศึกษาได้อย่างแท้จริง ลดเอกสารและสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นต่อการศึกษาให้ครอบคลุมรวมถึงค่าใช้จ่ายพื้นฐานเพื่อไม่ให้ความจนเป็นเหตุผลของการออกนอกระบบการศึกษา

2.ทางเท้าดีมีคนเดิน มุ่งเน้นให้เกิดการจัดการทางเท้าภายใต้ความร่วมมือของกรมโยธาและท้องถิ่นในการออกแบบและปรับปรุงทางเท้าให้มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับทุกคน

3. คลินิกให้คำปรึกษาและปรับพฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนมีความเข้าใจในความรุนแรงในครอบครัวอย่างแท้จริง และสามารถเข้าถึงบริการที่จะตัดวงจรความรุนแรงได้ นอกจากคลินิกแล้ว เยาวชนยังสามารถมีบทบาทในการพัฒนาสื่อ สร้างแกนนำในการรับและส่งต่อเคส รวมถึงสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนและชุมชน


มากกว่าการได้ “ข้อเสนอ” คือการที่คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่า เสียงของตัวเองสามารถเดินทางจากประสบการณ์ในชีวิต ไปสู่การตั้งคำถามต่อปัญหา และพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายได้จริง และนี่คือหัวใจสำคัญของสมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ — การสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับนโยบาย” แต่ได้เข้ามาเป็น ผู้ร่วมคิด ผู้ตั้งคำถาม และผู้มีส่วนร่วมออกแบบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและอนาคตของพวกเขาเอง




จากนี้ ข้อเสนอจาก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะถูกนำไปเชื่อมโยงกับข้อเสนอจากเวทีภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อขมวดรวมเป็นเสียงของคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ และพัฒนาต่อสู่ ข้อเสนอเชิงนโยบายในระดับประเทศ ที่มีโอกาสถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

จากเสียงในพื้นที่ สู่ข้อเสนอระดับภูมิภาค และก้าวต่อไปสู่ระดับประเทศ — เพื่อให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้เพียงพูดถึงอนาคตที่อยากเห็น แต่ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตนั้นด้วยตัวเอง