147 ผู้สมัคร — 73 คนถูกเลือก — เสนอ 3 วาระใหญ่ของภาคใต้ จาก “เสียงของคนรุ่นใหม่ภาคใต้” กำลังเดินทางสู่โต๊ะนโยบายระดับประเทศ
11 สิงหาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

“เสียงของคนรุ่นใหม่ ต้องไม่จบแค่การพูดถึงปัญหา แต่ต้องไปถึงโต๊ะนโยบาย”

นี่คือโจทย์ใหญ่ของ สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ระดับภูมิภาค ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 8–9 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล หาดใหญ่

เวทีที่ไม่ได้ชวนคนรุ่นใหม่มา “นั่งฟัง” แต่ชวนให้ ลุกขึ้นมองปัญหา วิเคราะห์รากของปัญหา และออกแบบนโยบายด้วยตัวเอง


จากผู้สนใจและผู้สมัครเข้าร่วม 147 คน ผ่านกระบวนการคัดเลือกเหลือ 73 คน เพื่อเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้และออกแบบนโยบายร่วมกัน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับ UNICEF และ Co-host คือ Youth Good Governance ทำหน้าที่ Lead Facilitator พร้อมการสนับสนุนด้านวิชาการและการออกแบบกระบวนการจาก Thailand Policy Lab, UNDP และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


เปิดเวทีด้วยคำถามสำคัญ “เราคาดหวังอะไรจากคนรุ่นใหม่ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ?”


นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดมุมมองและจุดประกายให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า การมีส่วนร่วมไม่ได้หมายถึงเพียงการส่งเสียง แต่คือการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอนาคตของสังคม


ขณะที่ นายเตชิต ชาวบางพรหม ผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะเขตเมือง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชวนทำความเข้าใจเรื่อง “ปัจจัยกำหนดสุขภาพ” และการออกแบบนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม


ก่อนที่ นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคใต้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จะพาไปมองภาพใหญ่ของ สถานการณ์สุขภาวะและนโยบายสาธารณะในภาคใต้ เพราะถ้าจะออกแบบนโยบายให้เปลี่ยนชีวิตคนได้ ต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของคนจริงๆ




 จาก “ปัญหาที่เห็น” สู่ “รากของปัญหาที่ต้องแก้”

กระบวนการครั้งนี้ไม่ได้จบลงที่การถามว่า “ปัญหาคืออะไร?” แต่ชวนผู้เข้าร่วมถามต่อว่า

“ทำไมปัญหานี้จึงเกิดขึ้น?”

“ใครได้รับผลกระทบ?”

“อะไรคือรากของปัญหา?”

“แล้วเราจะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง?”

ผ่านเครื่องมืออย่าง Hope & Fear Map • Empathy Harvest • Iceberg Mapping

ก่อนค้นหา “จุดเปลี่ยน” ว่า กฎหมาย กลไก หน่วยงาน หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใด สามารถเข้ามาเปลี่ยนระบบได้จริง

และจากกระบวนการทั้งหมด…

คนรุ่นใหม่ภาคใต้เลือกหยิบ 3 เรื่องสำคัญ ขึ้นมาออกแบบเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย

1. สุขภาพจิตในภาคใต้

ไม่ใช่แค่รอรักษาเมื่อเกิดปัญหา แต่ต้องสร้าง ระบบสนับสนุนและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะทางใจ ของคนรุ่นใหม่

2. การแก้ปัญหายาเสพติด

ไม่มองเพียง “ปลายเหตุ” แต่กลับไปค้นหารากของปัญหา และออกแบบระบบ ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู ที่เชื่อมโยงกับชีวิตของคนรุ่นใหม่และชุมชน

3. อนามัยเจริญพันธุ์และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

ผลักดันให้คนรุ่นใหม่เข้าถึง ความรู้ บริการ และระบบสนับสนุนด้านอนามัยเจริญพันธุ์ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตและสุขภาพของตัวเองได้อย่างปลอดภัย




จาก “ความคิด” ต้องกลายเป็น “นโยบาย”

วันที่สองไม่ได้มีแค่การนำเสนอไอเดีย แต่ผู้เข้าร่วมต้องลงมือทำจริง ผ่านกระบวนการ Idea Pitch → Ranking the Urgency → Policy Canvas Lab → Policy Market → Refine Proposal → Final Pitch

ทุกกลุ่มต้องตอบให้ได้ว่า ปัญหาคืออะไร? ใครได้รับผลกระทบ? ต้องเปลี่ยนอะไร? ใครคือคนที่มีอำนาจเปลี่ยน? และข้อเสนอนี้จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร?

ก่อนเข้าสู่การนำเสนอ Final Pitch และโหวตเลือก 3 นโยบายสำคัญของคนรุ่นใหม่ภาคใต้ พร้อมก้าวต่อไปสู่การเป็นเครือข่ายร่วมขับเคลื่อน “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ”


147 → 73 → 3

147 คน คือคนที่บอกว่า “ฉันอยากมีส่วนร่วม”

73 คน คือคนที่ผ่านเข้ามาเรียนรู้ “ฉันอยากเข้าใจปัญหาและเปลี่ยนแปลงมัน”

และ 3 วาระสำคัญ คือสิ่งที่พวกเขาบอกกับสังคมว่า “นี่คือเรื่องที่เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง”




จากเวทีภาคใต้ข้อเสนอเหล่านี้จะไม่หยุดอยู่ที่หาดใหญ่ แต่กำลังเตรียมเดินทางต่อจากระดับภูมิภาค → สู่ระดับประเทศ

เพราะการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ไม่ควรจบลงด้วยคำว่า “ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว” แต่ต้องไปให้ไกลกว่านั้น

ต้องเปลี่ยน เสียง → ความคิด → ข้อเสนอ → นโยบาย → การเปลี่ยนแปลง นี่จึงไม่ใช่เพียงเวทีที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ “พูด”

แต่คือพื้นที่ที่กำลังสร้าง “เจ้าของนโยบายรุ่นใหม่” คนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้รอให้ใครออกแบบอนาคตให้ แต่กำลังลุกขึ้นมาออกแบบอนาคตของตัวเอง

และนี่คือจุดเริ่มต้นของเสียง 73 เสียง ที่จะเดินทางต่อไปไกลกว่าภาคใต้