คนรุ่นใหม่ภาคเหนือรวมพลังจัด “สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ระดับภูมิภาค” มุ่งขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน8 สิงหาคม 2569

วันที่ 8–9 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับเครือข่ายภาคีระดับชาติ อาทิ AstraZeneca, UNICEF และองค์กรภาคีสุขภาวะ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ (Youth Health Assembly Thailand)” เพื่อเปลี่ยนบทบาทของเด็กและเยาวชนอายุ 15–35 ปี จากการเป็นเพียงผู้ร่วมกิจกรรม ไปสู่การเป็น “ผู้ร่วมกำหนดอนาคต” และ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Youth Change Agents) ในการแก้ปัญหาสุขภาพเชิงโครงสร้าง “การประชุมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ระดับภูมิภาค ภาคเหนือ” (Youth Health Assembly) ขึ้น ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ (The Empress Hotel Chiang Mai) เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 15–35 ปี ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหา คัดเลือกประเด็นสุขภาพเชิงวิกฤต และยกร่างข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ภาคเหนือ

ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ประธานกรรมการจัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 19 เปิด“การประชุมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ระดับภูมิภาค ภาคเหนือ” (Youth Health Assembly)

พร้อมกันนี้ นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้ทำความเข้าใจประเด็นสุขภาวะผ่านปัจจัยกำหนดสุขภาพและการออกแบบนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมการจัดงานในครั้งนี้ต่อยอดมาจากความสำเร็จกว่า 18 ปี ของกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ โดยเปลี่ยนบทบาทของคนรุ่นใหม่จากการเป็นเพียง “ผู้ร่วมกิจกรรม” ไปสู่การเป็น “ผู้ร่วมกำหนดอนาคต” และ“ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Youth Change Agents) เพื่อตอบสนองต่อปัจจัยกำหนดสุขภาพในมิติใหม่ที่ซับซ้อน เช่น ปัญหาสุขภาพจิต ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากโลกดิจิทัล





กระบวนการเรียนรู้และขับเคลื่อนข้อเสนอ
ภายในงาน ผู้เข้าร่วมกว่า 70 คน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็นอย่างเข้มข้น ดังนี้:





ผลจากการประชุมระดับภูมิภาคในครั้งนี้ จะนำไปสู่การรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อจัดทำ “Youth Health Manifesto” หรือปฏิญญาสุขภาพคนรุ่นใหม่ในระดับประเทศ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและรัฐบาลต่อไป นอกจากนี้ยังตั้งเป้าสร้าง “นักพัฒนานโยบายสุขภาวะ” รุ่นใหม่ รวมทั้งสร้างพื้นที่ต้นแบบหรือกิจกรรมทดลองเชิงนโยบาย (Model Community) ไม่น้อยกว่า 5 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

