Healthstation Talk EP.67 ชวนถอดโจทย์ “ยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์” สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อ First Jobber เพื่ออนาคตประเทศ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่สังคมกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “ทุนมนุษย์” กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากกว่าที่เคย และจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

รายการ Healthstation Talk EP.67 ชวนพูดคุยในประเด็น “การยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ : การพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มเริ่มต้นทำงานใหม่ (First Jobber)” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 โดยมี ศ. ดร.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ ประธานคณะทำงานพัฒนาประเด็นดังกล่าว ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอเชิงนโยบาย
เมื่อจำนวนประชากรลดลง ประเทศต้องหันมาลงทุนกับ “ทุนมนุษย์”
ศ. ดร.นพ.ศิริเกษม กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านประชากรอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยมีเด็กเกิดใหม่ปีละประมาณ 1 ล้านคน ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 400,000 คน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 500,000 คนต่อปี สะท้อนว่าประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะที่ประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้บริบทดังกล่าว แนวคิดที่มองคนเป็นเพียง “ต้นทุน” จำเป็นต้องเปลี่ยนไปสู่การมองว่า คนคือ “ทุนมนุษย์” ที่ควรได้รับการลงทุน พัฒนา และเสริมศักยภาพ เพื่อให้ประชากรที่มีจำนวนน้อยลงสามารถสร้างคุณค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน
ทำไมต้องให้ความสำคัญกับ First Jobber
กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน หรือ First Jobber ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของชีวิต หากคนรุ่นใหม่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างเหมาะสม หรือมีทักษะไม่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ อาจนำไปสู่ภาวะ “ตกงานเรื้อรัง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งรายได้ โอกาสในการทำงาน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเกิดสิ่งที่เรียกว่า Scaring Effect หรือ “แผลเป็นทางเศรษฐกิจ” ซึ่งไม่ได้ส่งผลเฉพาะด้านอาชีพ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ความมั่นใจในตนเอง และการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อีกด้วย
6 ข้อเสนอเชิงนโยบาย สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อสุขภาวะของคนเริ่มต้นทำงาน
เพื่อยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ คณะทำงานได้เสนอแนวทางสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่
* สร้างรากฐานคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ครอบครัว เพราะครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพและสุขภาวะของคนทุกช่วงวัย
* พัฒนาระบบแนะแนวอาชีพและการจัดการช่วงรอยต่อสู่การทำงาน โดยส่งเสริมแนวคิด “พหุปัญญา” ให้คนรุ่นใหม่ได้เลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง มากกว่าการยึดติดกับค่านิยมเดิม
* ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) พร้อมสร้าง Growth Mindset เพื่อให้สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาทักษะใหม่ได้ตลอดเวลา
* พัฒนาระบบสุขภาพจิตและทุนทางสังคมเชิงรุก ควบคู่กับการดูแลสุขภาพกาย เพื่อสร้างความพร้อมในการทำงานและการใช้ชีวิต
* ปฏิรูประบบการคุ้มครองทางสังคม ให้ครอบคลุมแรงงานทุกประเภท พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร
* ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น ระบบ Electronic Health Record เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

จากข้อเสนอเชิงนโยบาย สู่ “มติที่กินได้”
ศ. ดร.นพ.ศิริเกษม ย้ำว่า เป้าหมายของการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ไม่ใช่เพียงการจัดทำมติ แต่ต้องเป็น “มติที่กินได้” หรือข้อเสนอที่สามารถนำไปปฏิบัติจริงและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้
หนึ่งในกลไกสำคัญคือ Train the Trainer หรือการพัฒนาผู้สอนให้มีความรู้และวิธีการเรียนการสอนที่ทันต่อโลกยุคใหม่ ขณะเดียวกัน สถาบันการศึกษาควรทำงานร่วมกับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการในการออกแบบหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตมีทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

ภาครัฐเองก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
หัวใจสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ คือการสร้างสังคมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษา การทำงาน และการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียม พร้อมลดอุปสรรคจากความเหลื่อมล้ำและปัญหาการทุจริต เพื่อให้คนเก่งและคนดีได้มีพื้นที่ในการร่วมขับเคลื่อนประเทศ

ทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้จาก “ครอบครัว” ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานของสังคม ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและเป็น “เบาะกันกระแทกชีวิต” ให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต
ผู้สนใจสามารถร่วมติดตามและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวได้ใน การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อร่วมกันออกแบบนโยบายสาธารณะที่ตอบโจทย์สุขภาวะของคนไทยในทุกช่วงวัย

