สธ. เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม “หาดใหญ่-น่าน-เชียงราย” วาง 6 มาตรการคุมระบบสาธารณสุข ดูแลผู้ป่วย-กลุ่มเปราะบางต่อเนื่อง4 สิงหาคม 2569
กระทรวงสาธารณสุข เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงสูง ได้แก่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดน่าน และจังหวัดเชียงราย พร้อมกำหนดแนวทางเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข 6 ประเด็นสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเตือนภัย การเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน การบริหารจัดการโรงพยาบาล การอพยพและส่งต่อผู้ป่วย การดูแลกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการสื่อสารและสนับสนุนทรัพยากร เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพสามารถเดินหน้าต่อได้แม้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรด้านสาธารณสุขในภาพรวม
กระทรวงฯ จึงได้สั่งการให้เตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยง โดยเฉพาะการสำรองเวชภัณฑ์ น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถพยาบาลฉุกเฉิน วัสดุอุปกรณ์ และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนยังคงเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่องหากเกิดภาวะขาดแคลนชั่วคราว

ในด้านการรับมืออุทกภัย กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางเตรียมความพร้อม 6 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบเตือนภัยและการคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า การเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) พร้อมกำหนดผู้บัญชาการเหตุการณ์อย่างชัดเจน การจัดทำแผนประคองกิจการของโรงพยาบาลเพื่อให้มีระบบไฟฟ้า น้ำ ก๊าซทางการแพทย์ และระบบสารสนเทศสำรอง การวางแผนอพยพและส่งต่อผู้ป่วยผ่านเส้นทางและโรงพยาบาลสำรอง การดูแลผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางด้วยระบบปักหมุด GPS เพื่อให้เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และการเตรียมกำลังคน ระบบสื่อสาร คลังยา เวชภัณฑ์ รวมถึงการซักซ้อมแผนร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับพื้นที่เสี่ยงสำคัญ พบว่าจังหวัดน่านมีความพร้อมครบทุกด้าน ทั้งระบบเตือนภัยจากสถานีวัดระดับน้ำ กล้องออนไลน์ ภาพถ่ายดาวเทียม และเทคโนโลยี AI ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระดับจังหวัด เขตสุขภาพ และสถานบริการสุขภาพ พร้อมระบบสำรองของโรงพยาบาลที่สามารถรองรับการให้บริการได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
ด้านอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้พัฒนาระบบติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำ พร้อมกำหนดเกณฑ์การเปิดศูนย์ PHEOC และการอพยพผู้ป่วยอย่างชัดเจน มีระบบบัญชาการเหตุการณ์ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ และได้มีการทดสอบแผนอพยพในชุมชนแล้ว
ขณะที่จังหวัดเชียงรายได้พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าจากข้อมูลต้นน้ำและเซนเซอร์ในชุมชน ควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง ระบบส่งต่อผู้ป่วย และโรงพยาบาลสำรอง โดยอยู่ระหว่างการทดสอบแผนประคองกิจการของโรงพยาบาลและระบบสื่อสารในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังได้กำชับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 และเขตสุขภาพที่ 12 เร่งติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน พร้อมทดสอบระบบต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้จริง เพื่อให้เมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัย จะสามารถดูแลประชาชน ผู้ป่วยวิกฤต และกลุ่มเปราะบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสุขภาพและทำให้ระบบบริการสาธารณสุขสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าวและภาพ: สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

