เตือนรับมือน้ำท่วม! เช็ก 5 โรคที่มากับอุทกภัย พร้อมวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้
3 สิงหาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

น้ำท่วมไม่ได้พามาแค่ความเสียหายต่อบ้านเรือน แต่ยังนำพาโรคและปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะโรคฉี่หนู โรคอุจจาระร่วง และโรคที่เกิดจากยุงลาย กระทรวงสาธารณสุขจึงย้ำให้ทุกพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมทั้งระบบบริการและการดูแลประชาชน ขณะที่ประชาชนเองก็ต้องรู้วิธีป้องกันโรคเพื่อผ่านวิกฤตครั้งนี้อย่างปลอดภัย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมานี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ให้เตรียมความพร้อมของสถานพยาบาล ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) รวมถึงสำรองยา เวชภัณฑ์ น้ำ ออกซิเจน และเชื้อเพลิงให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง พร้อมติดตามดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 4–6 สิงหาคม จะมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ

แม้หน่วยบริการสาธารณสุขจะมีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการที่ประชาชนรู้เท่าทันโรคที่มักระบาดหลังน้ำท่วม เพราะหลายโรคสามารถป้องกันได้ หากดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง




1. โรคฉี่หนู ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วม

โรคฉี่หนูเป็นโรคที่พบได้บ่อยหลังเกิดอุทกภัย เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เมื่อเชื้อปะปนอยู่ในน้ำหรือโคลน แล้วเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน อาจทำให้เกิดอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไต ตับ หรือปอดได้

การป้องกันที่ดีที่สุด คือหลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ตหรือรองเท้ายาง และรีบล้างร่างกายให้สะอาดทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วม




2. โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ

น้ำท่วมทำให้แหล่งน้ำดื่มและอาหารปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน และภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

หลักสำคัญคือ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่เก็บไว้นานหรือสัมผัสน้ำท่วม




3. น้ำกัดเท้าและโรคเชื้อราผิวหนัง

การแช่เท้าในน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังอ่อนตัว เกิดแผล และติดเชื้อราได้ง่าย หากมีอาการคัน ผิวหนังลอก หรือมีแผลบริเวณซอกนิ้วเท้า ควรรีบทำความสะอาด เช็ดเท้าให้แห้ง และเปลี่ยนรองเท้าหรือถุงเท้าที่เปียกชื้นทันที




4. ไข้เลือดออก ภัยที่ตามมาหลังน้ำลด

แม้ช่วงน้ำท่วมจำนวนยุงอาจลดลง แต่เมื่อระดับน้ำเริ่มลด จะเกิดแอ่งน้ำขังจำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทำให้ความเสี่ยงของโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ประชาชนควรร่วมกันกำจัดแหล่งน้ำขัง ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ และป้องกันตนเองจากยุงกัดอย่างสม่ำเสมอ




5. โรคระบบทางเดินหายใจ

ศูนย์พักพิงหรือพื้นที่อพยพมักมีประชาชนอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้โรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 แพร่กระจายได้ง่าย การสวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วย ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้


กลุ่มเปราะบางต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ใช้ออกซิเจนที่บ้าน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง เนื่องจากคนกลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบรุนแรง หากไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันท่วงที

ครอบครัวควรเตรียมยาประจำตัว เอกสารการรักษา เบอร์ติดต่อโรงพยาบาล และวางแผนอพยพไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดเหตุฉุกเฉิน




เตรียม "กระเป๋าสุขภาพ" รับมือก่อนเกิดเหตุ

นอกจากอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นแล้ว ควรเตรียมอุปกรณ์ด้านสุขภาพไว้ล่วงหน้า เช่น ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล พลาสเตอร์ปิดแผล น้ำยาล้างแผล แอลกอฮอล์เจล หน้ากากอนามัย ผงเกลือแร่ ยาแก้ไข้ รวมถึงไฟฉายและแบตเตอรี่สำรอง เพื่อให้พร้อมใช้งานทันทีหากต้องอพยพ




รู้ทัน ป้องกันได้ ลดความเสี่ยงหลังน้ำท่วม

โรคที่มากับน้ำท่วมส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากประชาชนดูแลสุขอนามัย รับประทานอาหารและน้ำที่สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยไม่จำเป็น และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง แผลอักเสบ หรือหายใจลำบาก พร้อมแจ้งประวัติการลุยน้ำให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ

การเตรียมพร้อมทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน และระบบสาธารณสุข จะช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแม้จะไม่สามารถหยุดฝนหรือป้องกันน้ำท่วมได้ แต่ทุกคนสามารถป้องกันโรคและลดความสูญเสียที่อาจตามมาได้ หากเริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคและภัยสุขภาพจากอุทกภัย คือ มติ 4.3 การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง (จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2554) ซึ่งต่อยอดมาสู่รายงานนโยบายสาธารณะ การจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติจากธรรมชาติต่อระบบสุขภาพไทย” โดยเน้นการเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดและภัยสุขภาพในช่วงน้ำท่วม