Healthstation Talk EP.66: เจาะความท้าทาย “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19” เมื่อการสร้างนโยบายต้องเข้าถึงหัวใจของผู้คน
การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในยุคที่สังคมเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงการออกมติหรือข้อเสนอเชิงวิชาการอีกต่อไป แต่คือการทำให้นโยบายกลายเป็นสิ่งที่ประชาชนรู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง นี่คือความท้าทายสำคัญของ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
รายการ Healthstation Talk EP.66 จึงชวนผู้ชมมาเจาะลึกเบื้องหลังการจัดงาน ผ่านการพูดคุยกับ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ประธานคณะกรรมการจัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 (คจ.สช.) ถึงโจทย์ใหญ่ในการทำให้เวทีสมัชชาฯ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

ความท้าทายของประธานฯ หญิงคนแรก
พญ.พรรณพิมล อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต ถือเป็นประธานคณะกรรมการจัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติหญิงคนแรก แม้จะเกษียณอายุราชการมาแล้วกว่า 5 ปี แต่เธอมีความผูกพันกับกระบวนการสมัชชาสุขภาพมาตั้งแต่ครั้งแรก จึงเข้าใจทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดของเวทีแห่งนี้เป็นอย่างดี
สำหรับการจัดงานครั้งที่ 19 ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การจัดประชุมให้สำเร็จเท่านั้น แต่คือการทำให้สมัชชาสุขภาพฯ ยังคงเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน ให้สามารถร่วมกันกำหนดทิศทางนโยบายสาธารณะท่ามกลางบริบทสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม
“นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” เมื่อเรื่องนโยบายต้องสัมผัสได้
ปีนี้กำหนดธีมการประชุมว่า “สังคมอยู่ดีมีพลัง นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” ซึ่งสะท้อนแนวคิดใหม่ของการทำงาน
พญ.พรรณพิมล ยอมรับว่า หลายคนอาจมองว่าคำว่า “ด้วยหัวใจ” ฟังดูไม่สอดคล้องกับเวทีนโยบาย แต่แท้จริงแล้ว นี่คือความพยายามลดช่องว่างระหว่าง “นโยบาย” กับ “ชีวิตของประชาชน”
เป้าหมายคือทำให้นโยบายสาธารณะไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงเอกสารเชิงวิชาการ แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าใจ เข้าถึง และเห็นผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความท้าทายใหม่กับ 2 ระเบียบวาระที่ตอบโจทย์สังคมปัจจุบัน
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของสมัชชาฯ ครั้งนี้ คือการคัดเลือกประเด็นที่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศในปัจจุบัน จนได้ข้อสรุปเป็น 2 ระเบียบวาระหลัก ได้แก่
1. การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม
มุ่งผลักดันให้การดูแลสุขภาพเชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทร่วมในการกำหนดนโยบายมากขึ้น
2. การพัฒนาสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของคนรุ่นใหม่ (First Jobber)
ถือเป็นประเด็นใหม่ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องเผชิญทั้งความเครียด ความไม่มั่นคง และรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากอดีต การสร้างระบบนิเวศการทำงานที่ส่งเสริมสุขภาวะตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน จึงกลายเป็นวาระสำคัญที่หลายหน่วยงานให้ความสนใจ

เปิดพื้นที่ให้ “คนรุ่นใหม่” เป็นเจ้าของเวที
ความท้าทายอีกด้าน คือการทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้เข้าร่วม” แต่เป็น “ผู้กำหนดทิศทาง”
ปีนี้จึงมีการจัด สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนออกแบบกระบวนการประชุม เลือกประเด็น และขับเคลื่อนข้อเสนอด้วยตนเอง สะท้อนแนวคิดว่าการพัฒนานโยบายสาธารณะต้องรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง
ปรับรูปแบบการจัดงานให้ทันยุค เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
นอกจากเนื้อหาการประชุมแล้ว การจัดงานครั้งที่ 19 ยังเผชิญความท้าทายในด้านกระบวนการทำงานเช่นกัน

หนึ่งในนั้นคือการเลื่อนกำหนดจัดงานมาเร็วขึ้น เพื่อให้มีระยะเวลาเพียงพอในการผลักดันมติไปสู่การปฏิบัติตัวจริง
ขณะเดียวกัน ยังมีการขยายช่องทางการมีส่วนร่วมผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานยังสามารถแสดงความคิดเห็นและติดตามกระบวนการได้
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ “ตลาดนัดนโยบายสุขภาพ” ที่รวบรวมตัวอย่างความสำเร็จของนโยบายจากพื้นที่ต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้ชุมชนและองค์กรอื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
จากเวทีนโยบาย สู่พลังของการเปลี่ยนแปลง
สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 จึงไม่ใช่เพียงเวทีประชุมเพื่อออกมติ แต่เป็นความพยายามปรับบทบาทของสมัชชาฯ ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ทั้งการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ การใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อขยายการมีส่วนร่วม และการทำให้นโยบายสาธารณะเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนรู้สึกว่า “จับต้องได้”

ความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้จึงไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าข้อเสนอเชิงนโยบายจะสามารถเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติ และสร้างผลลัพธ์ที่ทำให้ผู้คนและสังคมไทย “อยู่ดีมีพลัง” ได้จริงหรือไม่

