ดีเดย์ล้างบาง "พยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี" เฟส 2 ลั่นต้องไม่เป็นแค่แผนเสือกระดาษ
16 กรกฎาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ดีเดย์ล้างบาง "พยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี" เฟส 2 ลั่นต้องไม่เป็นแค่แผนเสือกระดาษ

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสุปัญญา อาคารสุขภาพแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี ได้มีการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานเพื่อหยุดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน เป็นประธานพร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสุขภาพร่วม ผลักดันความก้าวหน้าโครงการวิจัยเชิงระบบและพิจารณาร่างแผนปฏิบัติการระยะที่ 2 มุ่งปฏิรูปแนวทาง แก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างครบวงจรเพื่อยุติโศกนาฏกรรมทางสุขภาพที่เรื้อรัง ยาวนานในสังคมไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ

ประเด็นสำคัญที่สุดของการประชุมครั้งนี้ คือการร่วมพิจารณา (ร่าง)กรอบและกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569 – 2575)โดยกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคได้เสนอปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการควบคุมโรคปลายเหตุสู่"การกำจัดโรคอย่างยั่งยืน" มีเป้าหมายสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีโดยยึดหลักธรรมาภิบาลบูรณาการข้ามภาคส่วน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)และชุมชนเป็นเจ้าภาพหลักขับเคลื่อนร่วมกับกองทุนสุขภาพตำบลควบคู่ไปกับโครงการพัฒนาเครือข่ายการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีในเฟสที่ 2เพื่อแก้ไขปัญหาการรอคอยผ่าตัด และลดภาวะขาดแคลนศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนับเป็นการประสานพลังทั้งระบบนโยบายและปฏิบัติการเพื่อนำประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงทางสุขภาวะอย่างยั่งยืน

นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคกล่าวว่า แผนปฏิบัติการกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี พ.ศ. 2569-2575 มุ่งหวังสร้างประเทศไทยที่ปลอดภัยจากการติดเชื้อและการเสียชีวิตอย่างยั่งยืน, โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญคือการลดความชุกของพยาธิใบไม้ตับให้ต่ำกว่าร้อยละ 1 และลดอัตราตายจากมะเร็งท่อน้ำดีให้ไม่เกิน 3 ต่อแสนประชากร ผ่าน 6ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม ตั้งแต่การบูรณาการบริหารจัดการระดับชาติการสร้างความรอบรู้และอาหารปลอดภัย การจัดการสิ่งปฏิกูลมาตรฐาน 100% ไปจนถึงการพัฒนาระบบคัดกรองวินิจฉัยเชิงรุกที่รวดเร็ว (Fast Track) ด้วยการนำนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและดูแลรักษาประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ

ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) การจัดทำ แผนยุทธศาสตร์ชาติที่ควรมีความชัดเจนและนำไปปฏิบัติได้จริงมากกว่าเป็นเพียงหลักการทั่วไปเพราะแค่มีแผนหรือยุทธศาสตร์อย่างเดียวนั้นไม่พอแต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การนำไปปฏิบัติ (implementation) ที่ต้องมีความชัดเจนในเชิงรูปธรรมว่าใครจะทำอะไรและตรวจวัดอย่างไรโดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนในระดับท้องถิ่นเพื่อให้แผนไม่เป็นเพียงแค่ทฤษฎีที่เขียนขึ้นมาอย่างสวยหรูแต่ขยับเขยื้อนไม่ได้จริงซึ่งจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากวงจรเดิมๆ ที่ประเมินผลแล้วพบว่าไม่มีใครทำอะไรจนสุดท้ายแผนก็ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ กรรมการฯ กล่าวว่า เรามีวิสัยทัศน์ที่ท้าทายมากในการทำให้ประเทศไทยปลอดจากโรคพยาธิใบไม้ตับและผู้ป่วยไม่ต้องเสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดี โดยมีการวางตัวชี้วัดและประเด็นพัฒนาไว้ชัดเจนแต่ปัญหาสำคัญที่ผ่านมาคือกลไกการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ยังมีข้อจำกัดและอ่อนแอ ผมจึงเสนอให้ใช้คณะกรรมการชุดนี้เป็นกลไกหลักในการผลักดันแผนงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานและการสนับสนุนจากกรมที่มีผู้บริหารรุ่นใหม่ซึ่งพร้อมจะขับเคลื่อนงานนี้อย่างเต็มที่

ด้าน นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานฯ กล่าวถึงภาพรวมของการประเมินประสิทธิภาพโครงการผ่านข้อมูลสถิติที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในพื้นที่ต่างๆ ผู้พูดเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลโดยเฉพาะจำนวนกลุ่มตัวอย่างและการกระจายตัวของข้อมูลเพื่อให้ผลการวิเคราะห์มีความแม่นยำนอกจากนี้ยังมีการเสนอแนะให้จัดตั้งจุดเฝ้าระวังถาวรเพื่อช่วยให้สามารถเปรียบเทียบความคืบหน้าของแผนงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบการวิเคราะห์ข้อมูลจึงไม่ควรดูเพียงแค่ผลลัพธ์เริ่มต้นและสุดท้ายแต่ต้องพิจารณารายละเอียดระหว่างทางอย่างถี่ถ้วนเพื่อความรอบคอบในการจัดทำแผนงานจริงในอนาคตมุ่งเน้นไปที่การใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่เข้มงวดเพื่อยืนยันความสำเร็จของนโยบายหรือแผนงานที่ดำเนินการอยู่

สำหรับผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษแรก (พ.ศ.2559-2568) พบว่าปัญหาพฤติกรรมการบริโภคอาหารยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญโดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคปลาร้าและส้มตำดิบสูงถึงร้อยละ 60 ตลอดจนการลักลอบและขาดระบบ การจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชน คณะกรรมการฯ จึงเน้นย้ำถึง "คานงัด" สำคัญ คือการปรับพฤติกรรม ของประชาชนให้กินสุก 100% พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงรุกอย่างแคมเปญ "ISAN ZERO OV" เพื่อสกัดกั้นวงจรการติดโรคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z)

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 7.3 พ.ศ.2557 ในการยกระดับ "การกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี" เป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เช่น การไม่กินปลาน้ำจืดดิบ และพัฒนาระบบคัดกรองเพื่อรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น