สวรส.-กรมควบคุมโรค-มข. เปิดโต๊ะแถลงข้อเท็จจริงผลคัดกรองนิสิตมหาสารคาม ย้ำพยาธิใบไม้ตับยังเป็นภัยเงียบ เร่งสร้างความตระหนักป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี
10 กรกฎาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

สวรส.-กรมควบคุมโรค-มข. เปิดโต๊ะแถลงข้อเท็จจริงผลคัดกรองนิสิตมหาสารคาม ย้ำพยาธิใบไม้ตับยังเป็นภัยเงียบ เร่งสร้างความตระหนักป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี

.

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ณ ห้องประชุมสุปัญญา สวรส. ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหน่วยงานด้านวิชาการที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” เปิดโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงที่สืบเนื่องจากข่าวจากกรณีผลการคัดกรองนิสิตใหม่ปีการศึกษา 2569 ในจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งพบอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบผู้ติดเชื้อกว่า 4,200 คน

.

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า สถานการณ์ โรคพยาธิใบไม้ตับในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวลและไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ผลการตรวจสะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบยังมีอยู่จริง ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอให้ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ประกอบการร้านอาหาร ไปจนถึงอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อร่วมมือกันปรับเปลี่ยนทัศนคติและส่งเสริมการปรุงอาหารให้สุกสะอาด โดยเฉพาะการใช้ปลาร้าต้มสุกเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย แต่เหตุการณ์นี้ควรถูกมองเป็น โอกาสสำคัญ ในการสร้างความตื่นตัวให้สังคมหันมาดูแลสุขอนามัยอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อเป้าหมายในการลดความเสี่ยงและทำให้คนไทยปลอดภัยจากโรคนี้ในระยะยาว

.

“ ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆ ของประชาชนไทย ปีละประมาณ 15,000 ถึง 20,000 ราย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี สูงถึง 6,500 คนต่อปี สูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่อปีถึง 13,500 ล้านบาท และปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน ที่อาจจะพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ในอีก 20 ถึง 30 ปีข้างหน้า ” นพ.ศุภกิจ กล่าว

.

ขณะที่ นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  สำหรับนักศึกษา จ.มหาสารคาม ที่ตรวจพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในเบื้องต้น จะต้องเข้ารับการตรวจซ้ำตามมาตรฐานด้วยยาพราซิควอนเทล ทั้งนี้หน่วยงานรัฐพยายามสื่อสารให้ประชาชนตระหนักว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงแค่การกำจัดพยาธิ แต่คือการป้องกันมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว การรับประทานยาแล้วกลับไปกินปลาน้ำจืดดิบซ้ำ จึงไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะการติดเชื้อพยาธิแม้เพียงครั้งเดียวสามารถก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่นำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดี

.

“แม้ยาฆ่าพยาธิจะปลอดภัยและหาซื้อได้ง่าย แต่การกินยาแล้วกลับไปกินปลาดิบซ้ำ จะทำให้เกิดวงจรการติดเชื้อใหม่ ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างต่อเนื่อง พยาธิที่เข้าไปในร่างกายเพียงครั้งเดียวก็สามารถสร้างการอักเสบในท่อน้ำดีได้ และการอักเสบนี้จะสะสมและลุกลามไปเรื่อยๆ แม้จะฆ่าตัวพยาธิไปแล้ว แต่ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในอีก 20 ปีข้างหน้ายังคงอยู่” นพ.ยงเจือ กล่าว

.

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” สวรส. กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับอย่างยั่งยืน โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้แก่เยาวชน ตามแนวคิดหลักการสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) โดยการดำเนินงานนี้มุ่งเน้นที่การกำจัดวงจรพยาธิในทุกมิติ เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดพยาธิ เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดซ้ำในอนาคต

.

ด้าน รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี และ ผศ.นพ.อรรถพล ติตะปัญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์มะเร็งท่อน้ำดี จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เสริมข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี ที่มีการบูรณาการเพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพื่อการเฝ้าระวังที่ครอบคลุมทุกมิติ อาทิ มาตรการตัดวงจรชีวิตพยาธิใบไม้ตับแบบครบวงจร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดอัตราการติดเชื้อในคน การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ที่มุ่งสร้างการรับรู้และตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี การจัดการอาหารปลอดภัย ส่งเสริมและผลักดัน การผลิตอาหารปลอดพยาธิใบไม้ตับ เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อจากอาหารสู่คน และการจัดการสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล จัดระบบสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำ 

.

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 7.3  พ.ศ.2557 ในการยกระดับ "การกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี" เป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เช่น การไม่กินปลาน้ำจืดดิบ และพัฒนาระบบคัดกรองเพื่อรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น