"ธรรมนูญสุขภาพ ประเด็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชนมัสยิด จังหวัดสตูล"

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

image

6 กรกฎาคม 2569 – จังหวัดสตูลประกาศใช้ "ธรรมนูญสุขภาพ ประเด็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชนมัสยิด จังหวัดสตูล" พร้อมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด "ศรัทธานำสุขภาพ ชุมชนสร้างการเปลี่ยนแปลง" โดยกำหนด มัสยิดนำร่อง 50 แห่ง เป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนสุขภาวะของประชาชนผ่านพลังของศาสนาและชุมชน นับเป็นต้นแบบการใช้กลไกธรรมนูญสุขภาพในชุมชนมัสยิด


พิธีจัดขึ้น ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล 

โดยมี นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง


 



นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าว โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ไม่ใช่เรื่องของโรงพยาบาลหรือระบบสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของวิถีชีวิตและความร่วมมือของคนทั้งชุมชน พร้อมชื่นชมจังหวัดสตูลที่นำทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมทางสังคม โดยใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางในการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าว สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ให้ความสำคัญกับการสร้าง NCDs Ecosystem หรือระบบนิเวศที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศในการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ "การเลือกสุขภาพดีเป็นเรื่องง่าย" ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน 

พร้อมระบุว่า จังหวัดสตูลถือเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศที่นำ กลไกธรรมนูญสุขภาพ มาผสานกับหลักศาสนาอิสลาม โดยใช้หลักศรัทธา ความเชื่อ และพลังของชุมชนเป็นฐานในการสร้างนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เชื่อมโยงการทำงานเพื่อร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงด้านอาหาร กิจกรรมทางกาย และสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเกิดโรค NCDs

นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กล่าว จังหวัดสตูลมีต้นทุนสำคัญทั้งด้านวัฒนธรรมและศาสนา การบูรณาการหลักศาสนาเข้ากับการสร้างเสริมสุขภาพจะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้จะเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

นายยำอาด ลิงาลาห์ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล และประธานคณะทำงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพ กล่าวว่า มัสยิดไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์กลางของการสร้างสุขภาวะและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของชุมชน โดยความสำเร็จของการจัดทำธรรมนูญสุขภาพเกิดจากความร่วมมือของคณะกรรมการอิสลาม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสาธารณสุข ภาควิชาการ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน

นายอับดุลเลาะ ปังเลามูปุเลา เลขานุการคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และองค์กรศาสนา เพื่อรับมือกับปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยยึดหลักศาสนาอิสลามควบคู่กับหลักวิชาการด้านสุขภาพ กำหนดให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางของการส่งเสริมสุขภาพในชุมชน ทั้งการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม การเพิ่มกิจกรรมทางกาย การลดปัจจัยเสี่ยง และการสร้างข้อตกลงร่วมของชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 ภายในงานมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย พร้อมมอบธรรมนูญสุขภาพให้แก่มัสยิดนำร่องทั้ง 50 แห่ง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน อาทิ การรณรงค์ลดหวาน มัน เค็ม การจัดอาหารสุขภาวะในกิจกรรมของมัสยิด การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การคัดกรองสุขภาพ และการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครสุขภาพในชุมชน

การประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดสตูลในการใช้ "พลังศรัทธา" เป็นฐานในการสร้างสุขภาวะของประชาชน และสะท้อนให้เห็นว่าการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังไม่ใช่หน้าที่ของภาคสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี พร้อมยกระดับสตูลสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนา NCDs Ecosystem ของประเทศไทยที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ในอนาคต

 

หมายเหตุ : ลิ้งค์ เล่มธรรมนูญมัสยิด https://www.nationalhealth.or.th/ebook/190 

     QR Cord เล่มธรรมนูญมัสยิด สำหรับสแกนเปิดอ่าน

     

              รายงานโดย สชต. 

 9 กรกฎาคม 2569