“แม่ฮ่องสอน เมืองสุขภาวะ”
เปิดเวทีรับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต เพื่อ "แม่ฮ่องสอนเมืองสุขภาวะ" แม่ฮ่องสอน
(8 กรกฎาคม 2569) — สมัชชาสุขภาพจังหวัดแม่ฮ่องสอน จับมือภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เปิดเวทีระดับจังหวัดระดมสมองหาทางออกวิกฤตสิ่งแวดล้อม หลังพบสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐานตลอดแนวพรมแดนไทย-เมียนมา กว่า 127 กิโลเมตร ซ้ำเติมด้วยปัญหาฝุ่น PM 2.5 เร่งยื่น 5 ข้อเสนอเชิงโครงสร้างต่อผู้แทนภาครัฐ หวังยกระดับสู่ความร่วมมืออาเซียนและสร้างความมั่นคงด้านน้ำสะอาดให้ชุมชนชายขอบ

การประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ "การจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อม (มลพิษทางน้ำ) แบบมีส่วนร่วม เพื่อสุขภาวะในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต" จัดขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง มีนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม

การประชุมในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่าง สภาพลเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อำเภอแม่สะเรียง และ อำเภอสบเมย ที่กำลังเผชิญหน้ากับมลพิษทางน้ำ โดยเฉพาะกรณี สารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินที่เกินค่ามาตรฐานตลอดแนวพรมแดนไทย-เมียนมา เป็นระยะทางยาวกว่า 127 กิโลเมตร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิต และยังถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

เปิด 5 ข้อเสนอเชิงโครงสร้าง ยื่นภาครัฐเร่งแก้วิกฤตข้ามพรมแดน
ในโอกาสนี้ นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจังหวัดแม่ฮ่องสอน (4PW) ได้เป็นตัวแทนยื่นข้อเสนอสำคัญต่อ นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง และ นายจรูญ จินะกัณฑ์ ปลัดอำเภอสบเมย (ผู้แทนอำเภอสบเมย) เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างใน 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย:
1. พัฒนาระบบเฝ้าระวัง: จัดตั้งระบบแจ้งเตือนมลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบและแม่นยำ
2. เพิ่มบทบาทภาคประชาชน: ส่งเสริมกลไกประชาชนระหว่างประเทศในการร่วมเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม
3. สร้างความมั่นคงน้ำสะอาด: เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบประปาและน้ำดื่มสำหรับชุมชนชายขอบ
4. ยกระดับสู่เวทีอาเซียน: ขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค
5. เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ: มีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
เวทีครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเข้มข้น นำโดย คุณวัลลภา แสนสีดา (สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน), นายณภัค มาเมือง (สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1) และ รศ.ดร.อรัญญา ศิริผล จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)

นายบัณฑิต มั่นคง ผู้เชี่ยวชาญ สช. ได้นำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เพื่อแก้ไขปัญหา “วิกฤตแม่น้ำปนเปื้อนจากสารพิษข้ามพรมแดน” ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดย สช. มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลาง” ในการสร้างนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างประชาชน ภาคีเครือข่ายสุขภาวะ ภาครัฐ และภาควิชาการ ในการปกป้องสุขภาพของคนไทยให้สมบูรณ์ครบทั้ง 4 มิติ คือ กาย ใจ ปัญญา และสังคม

พร้อมกับ เสนอแนะแนวทางการทำงานของขบวนสุขภาพ-สังคม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมหนุน 3 ระดับ ได้แก่
• ระดับชุมชน/ท้องถิ่น/ตำบล: สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชน ผ่านการจัดทำแผนที่ความเสี่ยง มาตรการชุมชน และการประเมินผลกระทบโดยชุมชน (CHIA) ในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างข้อตกลงร่วมกัน
• ระดับจังหวัด: เปิดพื้นที่กลางให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม จัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงมาตรการ พร้อมทั้งพัฒนากลไกการสื่อสารและคืนข้อมูลสู่ชุมชน
• ระดับชาติ: ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การแก้ไขปัญหาผ่านกลไกรระดับชาติ โดยผนึกกำลังภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำต่างๆ ได้แก่ กก, สาย, รวก, โขง, สาละวิน, กระบุรี

สถานการณ์ล่าสุด : มีรายงานว่าเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินเป็นครั้งที่ 5 และยังคงตรวจพบสารหนูปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคประชาชนออกมารวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลส่วนกลางเร่งเข้ามาช่วยเหลือ จัดหาแหล่งน้ำสะอาดที่ปลอดภัย เพื่อเป็น "ทางรอด" เดียวของชาวบ้านริมฝั่งน้ำสาละวินในขณะนี้
ในช่วงท้ายของการประชุม ภาคีเครือข่ายทั้งหมดได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นจนบรรลุฉันทามติ ในการนำมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 (พ.ศ. 2568) มาปรับใช้และขับเคลื่อนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และคืนสุขภาวะที่ดีให้แก่ชาวแม่ฮ่องสอนอย่างแท้จริง

