สช. ร่วมขับเคลื่อนสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศ เนื่องในเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) ร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ จัดการเสวนา “กฎหมายและอนาคตของ LGBTQ+”26 มิถุนายน 2569
สช. ร่วมขับเคลื่อนสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศ เนื่องในเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) ร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ จัดการเสวนา
“กฎหมายและอนาคตของ LGBTQ+” พร้อมโชว์นิทรรศการธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ ฉบับแรกของไทย และคว้าเกียรติบัตรองค์กรผู้สนับสนุนอย่างภาคภูมิใจ

— สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
นำโดย นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ นายภานุวัฒน์ เดชานุภานนท์ นางสาวทิพย์ไพลิน คำดี
และ นางสาวอารียา ยะพรม นักวิชาการ สำนักนโยบายสาธารณะเขตเมือง เข้าร่วมงานเสวนาครั้งสำคัญเนื่องในเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ
(Pride Month) และร่วมเป็นวิทยากรประจำกลุ่มเสวนาในหัวข้อ “กฎหมายและอนาคตของ LGBTQ+”
ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม
และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส
และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569


ในโอกาสนี้สช. ได้รับมอบ
"เกียรติบัตรองค์กรผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศและความหลากหลายทางเพศ"
จากนายประเทือง มนตรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ โดย สช.
ได้ร่วมจัดบูธนิทรรศการเด่นนำเสนอ “ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ ฉบับแรกของประเทศไทย”
ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางนโยบายสาธารณะที่สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มคนข้ามเพศอย่างเป็นรูปธรรม

ถ้อยคำแห่งความหวังและการเคารพในคุณค่ามนุษย์
จากคณะกรรมาธิการ
“สังคมที่เข้มแข็งและน่าอยู่ ไม่ใช่สังคมที่บังคับให้ทุกคนต้องเหมือนกัน แต่คือสังคมที่โอบรับความแตกต่าง และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและหน่วยงานวิชาการในวันนี้ จึงเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สำคัญยิ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะนำไปใช้ในการกลั่นกรอง ติดตาม และเสนอแนะแนวทางต่อรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและการคุ้มครองสิทธิให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล” — นายประเทือง มนตรี (ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา) กล่าว

“กฎหมายสมรสเท่าเทียมคือหมุดหมายที่งดงาม
แต่ความท้าทายคือการทำให้การคุ้มครองนั้นเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
เพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติบนฐานของอัตลักษณ์ทางเพศอีกต่อไป
การเสวนาในวันนี้จึงมุ่งเปิดพื้นที่รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อสะท้อนปัญหา
อุปสรรค
ตลอดจนข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายสาธารณะให้เกิดความเสมอภาคและเป็นธรรมสำหรับทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง”
— นางอจลา ณ ระนอง (รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ คนที่หนึ่ง)

ภายในงานมีการแบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นออกเป็น
4
กลุ่มหลัก ปรับ - เปลี่ยน - ไปต่อ
ร่วมคิดเพื่ออนาคตที่เท่าเทียม เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม
ประกอบด้วย:
1. กลุ่มกฎหมายและนโยบายด้านสุขภาพและครอบครัว
(สช. ร่วมเป็นวิทยากรกลุ่ม) — ข้อเสนอะแนะ
มุ่งเน้นการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองให้สอดรับกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
การเข้าถึงบริการอนามัยเจริญพันธุ์ การยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย
การปรับปรุงระเบียบการประกันภัย และเกณฑ์การบริจาคโลหิตของกลุ่ม LGBTQ+
2. กลุ่มกฎหมายและนโยบายด้านสิทธิ สังคม
กระบวนการยุติธรรม และการศึกษา — ข้อเสนอะแนะ หารือเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.
รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ และร่าง พ.ร.บ. ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล
3. กลุ่มพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 — ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย (Post-Legislative
Scrutiny: PLS) เพื่ออุดช่องว่างในการคุ้มครองสิทธิ
4. กลุ่มกฎหมายและนโยบายด้านแรงงานและเศรษฐกิจ
— ผลักดันการคุ้มครองสวัสดิการแรงงานสร้างสรรค์ และการส่งเสริมโมเดล
"เศรษฐกิจสีชมพู" (Pink Economy) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน




สช. และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและชุดองค์ความรู้จากการเสวนาและนิทรรศการในครั้งนี้จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการหนุนเสริมให้สังคมไทยเดินหน้าสู่ความเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง




#สช #สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ #PrideMonth2026 #สมรสเท่าเทียม #ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ #ความเท่าเทียมทางเพศ #LGBTQ #วุฒิสภา #สิทธิมนุษยชน #สร้างสังคมที่เท่าเทียม

