สช. ร่วม MOU สภากาชาด ผนึกกำลัง 23 หน่วยงาน เชื่อมโยงข้อมูลภัยพิบัติ–กลุ่มเปราะบาง23 มิถุนายน 2569
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมอาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานเขตคลองเตย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยนายแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 3 ว่าด้วยความร่วมมือในการเชื่อมโยงและขยายผลการใช้ประโยชน์จากระบบฐานข้อมูลภัยพิบัติและระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) เพื่อการบริหารจัดการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกันของหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยมีหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคีรวม 22 หน่วยงาน นำโดยสภากาชาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติของประเทศ

ดร.กฤษฏา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาด กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับที่ 3 ระหว่าง สภากาชาดไทย และ หน่วยงานภาคีเครือข่ายรวม 23 องค์กร เพื่อพัฒนาและขยายผลการใช้งาน แอปพลิเคชัน "พ้นภัย" ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลและภูมิสารสนเทศที่ออกแบบมาเพื่อจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดเริ่มต้นจากบทเรียนความสูญเสียในเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ที่ขาดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ ระบบนี้ช่วยให้การแจ้งเตือนและการส่งความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล โดยเฉพาะการมุ่งเน้นดูแล กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการ ผ่านการทำงานร่วมกับอาสาสมัครในพื้นที่ ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการยกระดับเทคโนโลยีและ นวัตกรรมดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน การลงนามดังกล่าวมิได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่เป็นคำมั่นสัญญาในการ บูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทุกคน

นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การบริหารจัดการภัยพิบัติในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ทันต่อสถานการณ์ และสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะข้อมูลด้านสุขภาพและข้อมูลของกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมักได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติรุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป สช. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนทั้งการตัดสินใจเชิงนโยบายและการปฏิบัติงานในพื้นที่ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ เข้ากับระบบบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างตรงเป้าหมาย ทันท่วงที และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่เห็นชอบข้อเสนอ “การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง” ให้เป็นวาระแห่งชาติ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงสอดรับกับมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 เรื่อง “ระบบบริหารจัดการเพื่อสุขภาวะในวิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูล การเฝ้าระวัง และการเตือนภัย เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต


