คนส. รุ่น 4 ลงพื้นที่เรียนรู้ “พลังพื้นที่ พลังนโยบาย” ถอดบทเรียนสมัชชาสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพตำบลหนองยาว จ.ฉะเชิงเทรา
18 มิถุนายน 2569
คนส. รุ่น 4 ลงพื้นที่เรียนรู้ “พลังพื้นที่ พลังนโยบาย” ถอดบทเรียนสมัชชาสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพตำบลหนองยาว จ.ฉะเชิงเทรา18 มิถุนายน 2569
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ผู้เข้าร่วมหลักสูตรเครือข่ายนักสานพลังสร้างสุขภาวะ (คนส.) รุ่นที่ 4 จำนวน 50 คน จากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองยาว อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเรียนรู้จากพื้นที่ปฏิบัติการจริง ภายใต้กิจกรรม “พลังพื้นที่สู่รูปธรรมนโยบาย : รูปธรรมความสำเร็จ พลังสมัชชาสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพสู่การพัฒนานโยบายสาธารณะ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในหมวดที่ 2 ของหลักสูตร
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้สัมผัสประสบการณ์จริงของการขับเคลื่อนงานสุขภาวะโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน ตั้งแต่การจัดทำสมัชชาสุขภาพ การพัฒนาธรรมนูญสุขภาพ ไปจนถึงการผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ก่อนเริ่มกิจกรรม คณะผู้บริหาร สช. นำโดย นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล และนพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวทักทายเครือข่ายนักสานพลังฯ และนายจารึก ไชยรักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงวัตถุประสงค์และแนวคิด “พลังพื้นที่ พลังนโยบาย” ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ การมีส่วนร่วม และการขับเคลื่อนเชิงนโยบายจากฐานชุมชน
จากนั้นผู้เข้าร่วมได้ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมสมัชชาสุขภาพจังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้งที่ 1/2569 พร้อมรับชมการแสดงของชมรมผู้สูงอายุตำบลหนองยาว ซึ่งสะท้อนพลังของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพและการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน โดยได้รับเกียรติจากนายสุพจน์ ตรีรัตนนุกูล นายอำเภอพนมสารคาม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และกำนันพิศมัย ตั้งชูทวีทรัพย์ กำนันตำบลหนองยาว กล่าวรายงานการดำเนินงาน
นายสุพจน์ กล่าวว่า วันนี้ผมรู้สึกยินดีที่เห็นเครือข่ายจากหลายอำเภอ ทั้งแปลงยาว ราชสาส์น บางปะกง บางน้ำเปรี้ยว และพนมสารคาม มารวมตัวกันอย่างหนาตา โดยเฉพาะความเข้มแข็งของ ตำบลหนองยาว ที่เป็นเจ้าภาพ และการสนับสนุนจากเครือข่ายนักศึกษาพลังสร้างสุขภาวะงานนี้เป็นเวทีที่ทุกคนมาช่วยกันเติมแต่ง และเสริมแนวคิดเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพใกล้ตัว ซึ่งเชื่อว่าหากเรานำความสำเร็จในระดับพื้นที่มาขยายผลสู่สาธารณะ จะช่วยให้คนแปดริ้วมีสุขภาวะที่ดีและเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม
ในโอกาสนี้ นายคเชนทร์ บุญประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองยาว ได้นำเสนอประสบการณ์การสร้างชุมชนเข้มแข็งของตำบลหนองยาว ผ่านการทำงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย จนสามารถพัฒนากลไกการจัดการสุขภาวะที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และเกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
"เรื่องสุขภาพในตำบลหนองยาว พวกเราขับเคลื่อนด้วย "ธรรมนูญสุขภาพตำบลหนองยาว" เพื่อให้พี่น้องมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมีกิจกรรมสร้างพลังออกกำลังกายทั้งกายและใจ รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตด้านที่อยู่อาศัย" นายคเชนทร์ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับฟังการบรรยายพิเศษ “เสริมพลังและเติมเต็มสู่การขับเคลื่อนสุขภาวะคนฉะเชิงเทราที่ยั่งยืน” โดย ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งได้สะท้อนความสำคัญของการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน การใช้สมัชชาสุขภาพเป็นกลไกสร้างฉันทามติ และการใช้ธรรมนูญสุขภาพเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน
นายบุญสืบ จันทร์เจริญ สมัชชาสุขภาพ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงการขับเคลื่อนขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพของ จ.ฉะเชิงเทรา ใน 3 ประเด็นหลัก คือ เรื่องอุบัติเหตุ อาหารปลอดภัย และการจัดการขยะในชุมชน ขณะที่เห็นว่าในภาพรวมของจังหวัดควรมีการขับเคลื่อนเรื่อง 'ธรรมนูญสังคมสูงวัย' เพื่อดูแลกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะ จึงเป็นที่มาของการประสานงานกับ สช. เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานในประเด็นนี้เพิ่มเติม
นางสาวภิรมย์ สงวนทรัพย์ ที่ปรึกษา และตัวแทนภาคีเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุตำบลหนองยาว กล่าวถึงการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในชุมชน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมผ่านข้อตกลงร่วมกันที่ไม่ใช่การบังคับแต่เกิดจากความสมัครใจของทุกภาคส่วน การดำเนินงานนี้ได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากทั้งผู้นำท้องถิ่น ส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่เพื่อสร้างแนวทางการดูแลสุขภาพที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การรวมตัวกันอย่างเป็นรูปธรรมส่งผลให้เกิดพลังความสามัคคีและทำให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ความสำเร็จของชมรมยังกลายเป็นต้นแบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาศึกษาศึกษาดูงานเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นต่อไป
ด้านนายเจษฎา มิ่งสมร กรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะเครือข่ายนักสานพลังสร้างสุขภาวะ รุ่นที่ 1 กล่าวแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 4 เน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นใหม่ โดยอธิบายว่าความสงสัยเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นกับทุกคนในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านกระบวนการเรียนรู้จนครบถ้วนแล้ว จะพบว่าปัจเจกบุคคลตัวเล็กๆ ก็มีความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่สังคมได้ จึงสนับสนุนให้ทุกคนมุ่งมั่นสำรวจเป้าหมายของตนเองให้ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การศึกษาดูงานครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้เข้าร่วมหลักสูตร คนส. รุ่นที่ 4 ได้เรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบที่สามารถเปลี่ยน “พลังของชุมชน” ให้เป็น “พลังนโยบาย” ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมนำบทเรียนที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนสุขภาวะในพื้นที่ของตนเองต่อไป

