Healthstation Talk EP.63: เปิดพิมพ์เขียวแก้ปัญหายาเสพติดและปัจจัยเสี่ยงชายแดนใต้ เปลี่ยน “ผู้คุม” เป็น “นักบำบัด”

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ปัญหายาเสพติด พฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และความเปราะบางทางสังคมในกลุ่มเด็กและเยาวชน นับเป็นวิกฤตการณ์เงียบที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะในสังคมไทย ปัญหาเหล่านี้มีความซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ด้วยมาตรการบังคับใช้กฎหมายหรือการสั่งการจากบนลงล่างเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบจากคนในพื้นที่จริง

สถานีกลางสุขภาวะ รายการ Healthstation Talk EP. 63 ภายใต้ประเด็น "การรับมือกับปัจจัยเสี่ยงเรียนรู้จากบทเรียนการทำงานแก้ปัญหายาเสพติดเขต 12" ดำเนินรายการโดย คุณมินนา นิ่งราวี ร่วมกับสองแกนนำผู้ขับเคลื่อนงานสร้างสุขภาวะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง คุณชาคริต โภชะเรือง (เลขานุการ กขป.เขต 12) และ คุณรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล (กรรมการ กขป.เขต 12 และเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา) ที่ได้มาร่วมแชร์แนวทางการรับมือปัจจัยเสี่ยงและวิธีการจัดการปัญหายาเสพติดให้เห็นผลจริง


สถานการณ์ภาพรวมเขต 12: บริบทพื้นที่ชายแดนกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ในช่วงแรกของการสนทนา คุณชาคริต โภชะเรือง ได้สะท้อนภาพสถานการณ์สุขภาวะและกลยุทธ์การระบุว่า การเลือกประเด็นงานของ กขป. จะพิจารณาจากฐานข้อมูลสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่ควบคู่กับ "ต้นทุน" หรือศักยภาพของภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น ซึ่งจากการสำรวจความต้องการและเวทีทำแผนชุมชนเกือบทุกแห่ง ชาวบ้านต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า "ยาเสพติดคือภัยคุกคามอันดับ 1 ของชุมชน"

นอกจากนี้ สถิติระบุชัดเจนว่าภาคใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีสถิติประชากรสูบบุหรี่สูงที่สุด และที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือ "บุหรี่ไฟฟ้า" ซึ่งกลายมาเป็นต้นทางหรือบันไดขั้นแรกที่นำไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่น ปัจจุบันกลยุทธ์การตลาดของบุหรี่ไฟฟ้ามาไวและแนบเนียนมาก ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปทรงจนมองไม่ออก (เลียนแบบสิ่งของหรือของเล่น) มีการแต่งกลิ่นและรสชาติชวนให้ลิ้มลอง ทำให้เด็กเล็กที่มีอายุเพียง 6 ปีเริ่มเข้าสู่กระบวนการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บางครอบครัวที่ขาดรายได้ยังมองเห็นช่องทางการซื้อง่ายขายคล่อง จนเปลี่ยนบทบาทจากผู้เสพมาเป็นผู้ค้าเสียเอง ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว


บริบทของเขต 12 ยังมีความซับซ้อนเนื่องจากเป็นพื้นที่พิติดกับพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีข้อกฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างจากประเทศไทย ทำให้เกิดช่องว่างในการลักลอบขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดน ประกอบกับวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมที่มีทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม สภาพเศรษฐกิจที่บีบให้พ่อแม่ต้องทำมาหากินจนขาดเวลาดูแลเอาใจใส่ลูกหลาน หรือส่งลูกเข้ามาเรียนในเมืองและพักอาศัยตามหอพักเพียงลำพัง ช่องว่างความสัมพันธ์ในครอบครัวนี้เองที่เปิดโอกาสให้เยาวชนถูกชักจูงเข้าสู่วงจรปัจจัยเสี่ยงได้ง่ายขึ้นเมื่อรวมกลุ่มกับเพื่อน

เปลี่ยนยุทธศาสตร์จาก "สั่งการเชิงลบ" สู่ "การสร้างภูมิคุ้มกันเชิงบวก"

คุณชาคริต ได้อธิบายต่อถึงแนวทางการแก้ปัญหาของ กขป.เขต 12 ว่า หากเน้นการทำงานเชิงลบหรือมุ่งเน้นแต่การจับกุมป้องปราม ชุมชนและผู้ปฏิบัติงานมักจะเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย แผนงานร่วมทุนระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา จึงได้ปรับกระบวนทัศน์ใหม่ หันมาเน้น "การทำโครงการเชิงบวก" เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนแทนการจัดกิจกรรมให้ความรู้หรือเตือนภัยแบบตั้งรับในอดีต

  • เรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-based Learning): แทนที่จะห้ามปราม โรงเรียนในเครือข่ายได้นำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์มาสร้างเป็นโครงงานให้นักเรียนสวมบทบาทเป็น "นักสืบ" นำอุปกรณ์มาส่องหาลายนิ้วมือบนพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันสืบค้นว่าบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนมาจากไหน เป็นการสร้างความรู้เท่าทันผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
  • สร้างกิจกรรมทางเลือกที่เห็นคุณค่าตัวเอง: ส่งเสริมให้เยาวชนเข้าร่วมกลุ่มจิตอาสา เช่น กลุ่ม Young Care Core ลงพื้นที่ไปช่วยดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน หรือการทำกระบวนการ “มหาวิทยาลัยชีวิตของเยาวชน” ชวนเด็ก ๆ มาเขียนแผนภาพชีวิตของตนเอง เพื่อค้นหาเป้าหมายและจุดหมายปลายทางว่าเมื่อเรียนจบแล้วอยากทำอะไร กระบวนการเหล่านี้นอกจากจะดึงเด็กออกจากสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงแล้ว ยังเป็นการเติมพลังบวก (Empowerment) ให้เด็กเห็นคุณค่าในชีวิตของตนเอง


ถอดรหัสหัวใจการบำบัด 4 ช่วง: มองผู้เสพคือ "คนตกเหว"

ด้าน คุณรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล ผู้มีประสบการณ์ตรงในการดูแลรักษาผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ได้ช่วยเติมเต็มองค์ความรู้เชิงลึกในมิติด้านการบำบัดรักษา โดยชี้ให้เห็นว่าวงจรของปัญหายาเสพติดประกอบด้วย 4 ช่วงสำคัญ ซึ่งแต่ละช่วงมีจุดเน้นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

  1. ช่วงก่อนเสพ (สร้างทักษะชีวิต): เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการตัดตอนวงจร คุณรอซีดีเน้นย้ำการสร้าง "ทักษะชีวิต (Life Skills) 10 ประการ" ควบคู่กับคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เยาวชนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และมีทักษะในการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเมื่อถูกเพื่อนชักชวน
  2. ช่วงระหว่างเสพ (ยื่นมือเข้าช่วย): คุณรอซีดีได้เปรียบเทียบว่า "คนที่เสพยาเสพติดเปรียบเสมือนคนตกเหว" ซึ่งไม่มีพละกำลังพอที่จะปีนกลับขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง สังคมจึงต้องเลิกมองพวกเขาเป็นอาชญากรแล้วเปลี่ยนมุมมองมาเป็น "มองผู้เสพเป็นผู้ป่วย" ชุมชนต้องเรียนรู้ทักษะการสื่อสารที่ถูกต้อง ระมัดระวังคำพูดตีตราที่อาจไปกระตุ้นสภาวะจิตใจของผู้ป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการคุ้มคลั่งหรืออาละวาด และยินดีที่จะยื่นมือลงไปฉุดดึงพวกเขาขึ้นมา
  3. ช่วงบำบัด (เอาขยะออกจากใจ): หัวใจสำคัญของนักบำบัดในชุมชนคือการชำระล้างจิตใจ ดึงเอา "ขยะ" หรือปมปัญหาที่ค้างคาอยู่ในใจของผู้ป่วยออกให้หมด เพื่อเปลี่ยนทัศนคติและสร้างความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมให้กลับคืนมาอีกครั้ง
  4. ช่วงกลับสู่ชุมชน (การสร้างระบบประคับประคอง): สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยบำบัดแล้วกลับไปเสพซ้ำ (Relapse) เนื่องจากสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ในชุมชนยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประกอบกับความรู้สึกภายในใจของผู้ป่วยที่ "เลิกได้แต่ลืมไม่ลง" เมื่อกลับมาเจอปัจจัยกระตุ้นหรือเพื่อนกลุ่มเดิมจึงล้มเหลว ชุมชนจึงต้องร่วมกันสร้างระบบดูแล ไม่รังเกียจ ไม่ตีตรา และต้องมีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นที่พึ่งพาในยามวิกฤต


พลังบูรณาการ "บัดดี้ 4 สหาย" และแผนการขยายผลระดับภูมิภาค

เพื่อลดช่องว่างการทำงานที่ต่างคนต่างทำและมักโยนความรับผิดชอบไปมาระหว่างโรงเรียน บ้าน และชุมชน ในพื้นที่จังหวัดสงขลาจึงได้เกิดนวัตกรรมการทำงานร่วมกันในชื่อ "บัดดี้ 4 สหาย" ซึ่งประกอบด้วย [ ครู + อสม. + ตำรวจ + ผู้นำท้องถิ่น ] ร่วมกันลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเยาวชนกลุ่มเสี่ยงพร้อมกัน ทำให้เห็นปัญหาที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เช่น ปัญหาครอบครัวแตกแยกหรือความยากจน และสามารถระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือเยาวชนได้ทันท่วงทีตั้งแต่ต้นทาง


คุณชาคริต ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงแนวคิดการขับเคลื่อนในเชิงระบบว่า ปัญหายาเสพติดต้องอาศัยการบูรณาการทุนและงบประมาณจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงสาธารณสุข มหาดไทย งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล (สปสช.) อบจ. สสส. และเครือข่ายงดเหล้า ปัจจุบัน กขป.เขต 12 ได้จัดทำเครื่องมือกลาง (เช่น แบบคัดกรองความเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าคำถาม 10 ข้อเพื่อจำแนกกลุ่ม เขียว-เหลือง-แดง) และเตรียมนำโมเดลความสำเร็จนี้ขยายผลขับเคลื่อนร่วมกับคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบระดับจังหวัดในพื้นที่อื่น ๆ เช่น ยะลา นราธิวาส และสตูล ต่อไปภายในปีนี้

นอกจากนี้ ทางรายการยังได้รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ผู้ชมในพื้นที่เกี่ยวกับภัยเงียบรูปแบบใหม่อย่าง "โรคซึมเศร้า" ที่กำลังสร้างความกังวลใจให้แก่ชาวจังหวัดยะลาจากเหตุการณ์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทางทีมงาน Healthstation Talk รับหมุดหมายที่จะนำประเด็นสุขภาพจิตนี้มาเจาะลึกและถอดบทเรียนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญใน EP ต่อ ๆ ไป เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน





 17 มิถุนายน 2569