ภูมิสังคม สุขภาวะ และอนาคตของมนุษยชาติ: เมื่อสุขภาพไม่ได้จบแค่ในโรงพยาบาล

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้าสู่โลกในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความขัดแย้งทางการเมือง วิกฤตสภาพภูมิอากาศ หรือการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) คำว่า “สุขภาพ” กำลังถูกตีความใหม่อย่างกว้างขวางกว่าที่เคยเป็นมา

แต่สำหรับ ศ.กิติคุณ สุริชัย หวันแก้ว อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าการทำความเข้าใจสุขภาพในโลกยุคใหม่ จำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบการแพทย์แบบดั้งเดิมไปสู่การมองเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมในระดับโลก




สุขภาพไม่ใช่ภาระของวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง


ศ.กิติคุณ สุริชัย อธิบายว่า การนิยามสุขภาพในปัจจุบันเป็นความพยายามที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่า ปัญหาสุขภาพไม่ใช่ภาระหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เพียงฝ่ายเดียว แม้ระบบสาธารณสุขจะยังคงมีบทบาทสำคัญ แต่ปัจจัยที่กำหนดสุขภาวะของผู้คนในวันนี้ขยายออกไปไกลกว่าห้องตรวจและโรงพยาบาล

วันนี้เรากำลังพูดถึงสุขภาวะทางการเมืองของโลก หรือ Political Health เพราะความขัดแย้ง สงคราม และกระแสชาตินิยมที่คับแคบ ล้วนส่งผลต่อความมั่นคงในชีวิตและสุขภาพของผู้คน” ศ.กิติคุณ สุริชัย กล่าว

ในมุมมองของนักสังคมวิทยา สุขภาพจึงไม่อาจแยกขาดจากบริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ เพราะชีวิตมนุษย์ดำรงอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างผู้คน ธรรมชาติ และผืนพิภพที่เป็นบ้านร่วมกันของมนุษยชาติ


ภูมิสังคม” พลังที่สำคัญไม่แพ้ภูมิรัฐศาสตร์


อีกหนึ่งแนวคิดที่ ศ.กิติคุณ สุริชัย ให้ความสำคัญคือ “ภูมิสังคม” ซึ่งท่านมองว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก

ภูมิสังคมในความหมายของท่าน คือพลังของผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเดียวกัน เกิดจากความสัมพันธ์ การเรียนรู้ และการพึ่งพาอาศัยกันของชุมชน

สุขภาวะที่แท้จริงต้องอาศัยพลังแนวนอน หรือ Horizontal Power ซึ่งเป็นพลังจากประชาชน จากคนตัวเล็กตัวน้อยที่มักถูกมองข้าม”

ท่านยกตัวอย่างขบวนการแพทย์ชนบทที่เติบโตขึ้นจากการทำงานร่วมกับชุมชน การเรียนรู้จากสภาพปัญหาจริง และการสร้างความไว้วางใจในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาสุขภาวะอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องตั้งอยู่บนฐานของความเข้าใจทุนทางสังคม ความหลากหลายทางชีวภาพ และอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละท้องถิ่น




วิกฤตภูมิอากาศและ AI ความท้าทายใหม่ของสุขภาวะโลก


เมื่อถูกถามถึงความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ศ.กิติคุณ สุริชัย ชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญความเปราะบางในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของระบบอาหาร การเข้าถึงยาและทรัพยากรสุขภาพ ตลอดจนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างคาดเดาได้ยาก ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยตรง

เรากำลังเผชิญกับความล่มสลายของระบบนิเวศ และอากาศวิปริตที่กระทบต่อวิถีชีวิตในทุกมิติ”

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี AI ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้ AI จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลและบริหารจัดการปัญหา แต่ก็อาจทำให้มนุษย์มองข้ามความเสี่ยงบางประการ หรือสร้างนิยามความเสี่ยงใหม่ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเห็นว่าแนวคิด “Planetary Health” หรือ “สุขภาพของผืนพิภพ” จะกลายเป็นกรอบคิดสำคัญของอนาคต

ถ้าผืนพิภพอยู่ไม่ได้ มนุษย์ก็อยู่ไม่ได้ สุขภาพของมนุษย์จึงแยกขาดจากสุขภาพของโลกไม่ได้อีกต่อไป”


เรียนรู้จากผู้คน และร่วมทุกข์กับสังคม


สำหรับแนวทางรับมือกับวิกฤตสุขภาพและสังคมในอนาคต ศ.กิติคุณ สุริชัย มองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของปัญหา และส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามศาสตร์

ท่านเสนอว่า สถาบันการศึกษา ระบบสาธารณสุข และองค์กรต่าง ๆ ควรลดการทำงานแบบแยกส่วน และเปิดพื้นที่ให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือ “การเรียนรู้จากชีวิตจริงของผู้คน”

การร่วมทุกข์กับผู้ประสบทุกข์ การลงไปสัมผัสความจริงของชีวิต จะช่วยให้เราเข้าใจคุณค่าความเป็นมนุษย์ได้ลึกซึ้งกว่าการเรียนรู้ในตำรา”

ท่านเชื่อว่าการสื่อสารสาธารณะที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และการพัฒนานโยบายสาธารณะที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน คือกุญแจสำคัญในการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยและประชาคมโลก




สุขภาวะในโลกที่เชื่อมโยงถึงกัน


บทสนทนากับ ศ.กิติคุณ สุริชัย หวันแก้ว สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีโรคภัย แต่คือความสามารถของมนุษย์ สังคม และระบบนิเวศในการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

เมื่อโลกเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้น การสร้างสุขภาวะจึงไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เพียงกลุ่มเดียว หากเป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการดูแลทั้งผู้คน ชุมชน และผืนพิภพที่เป็นรากฐานของชีวิตทั้งหมดบนโลกใบนี้

 

(จากปาฐกถาเกียรติยศ ศ.นพ.ประเวศ วะสี โดย ศ.กิติคุณ สุริชัย หวันแก้ว อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องในการประชุมวิชาการเพื่อพัฒนาเครือข่ายสังคมสุขภาวะและนโยบาย ครั้งที่ 5/2569 “หมอชนบทกับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ” สืบสานเจตนารมณ์ ศ.นพ.ประเวศ วะสี และพิธีมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมอัศวินแกรนด์ จัดโดย สช.) 

 17 มิถุนายน 2569