อุดมการณ์และหัวใจของหมอชายแดน: เปิดมุมคิด “นพ.สุพัฒน์ ใจงาม” แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ท่ามกลางภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน และเส้นทางคมนาคมที่ท้าทายของจังหวัดแม่ฮ่องสอน การเข้าถึงบริการสาธารณสุขยังคงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเสียสละ และความเข้าใจในบริบทของพื้นที่อย่างลึกซึ้ง


สำหรับ นพ.สุพัฒน์ ใจงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มองว่าการทำงานในพื้นที่ชายแดนไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของแพทย์ แต่เป็นพันธกิจในการดูแลชีวิตและสุขภาวะของผู้คนในชุมชนอย่างรอบด้าน ความมุ่งมั่นตลอดเส้นทางวิชาชีพของท่านได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จนนำมาสู่การได้รับรางวัล แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568” ซึ่งนับเป็นหนึ่งในรางวัลเกียรติยศสูงสุดของบุคลากรทางการแพทย์ที่อุทิศตนเพื่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

รางวัลแห่งการเรียนรู้จาก “คนไข้”

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกต่อการได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ นพ.สุพัฒน์ ตอบด้วยความถ่อมตนว่าไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะได้รับการคัดเลือก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเพียงตั้งใจทำหน้าที่ของแพทย์โรงพยาบาลชุมชนให้ดีที่สุด

ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับรางวัลนี้ รางวัลนี้เป็นผลจากการบ่มเพาะของคุณพ่อคุณแม่ ครูบาอาจารย์ ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนถึงคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงทีมงานทุกคนที่ร่วมกันทำงาน”

แต่สิ่งที่คุณหมอย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คือผู้มีส่วนสำคัญที่สุดในการหล่อหลอมการทำงานของตนกลับไม่ใช่บุคคลในวิชาชีพ หากเป็น “คนไข้”

คนไข้คือครูของผมครับ ทุกคนช่วยสอนและให้บทเรียน ทำให้ผมได้เรียนรู้ แก้ไข และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ หากจะมอบรางวัลนี้ให้ใคร ผมขอมอบให้กับคนไข้ทุกคนครับ”

คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนมุมมองของแพทย์ผู้มองการรักษาไม่ใช่เพียงการให้บริการ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ให้และผู้รับการดูแล


เมื่อความท้าทายไม่ได้มีแค่เรื่องการรักษา

การทำงานด้านสาธารณสุขในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งจากสภาพภูมิประเทศ ความห่างไกล และข้อจำกัดด้านทรัพยากร โดยเฉพาะการขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางในระดับจังหวัด ซึ่งส่งผลต่อโอกาสการเข้าถึงบริการของประชาชน

อย่างไรก็ตาม สำหรับ นพ.สุพัฒน์ ความท้าทายของการเป็นหมอชนบทไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องระบบบริการทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพให้เกิดขึ้นในระดับครอบครัวและชุมชน

เราต้องทำให้คนไข้และครอบครัวเข้าใจการดูแลตัวเองให้มากขึ้น เพื่อลดการเจ็บป่วยและส่งเสริมสุขภาพ ทั้งในห้องตรวจและในชุมชน”

นอกจากนี้ พื้นที่ชายแดนยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา และสถานะทางสังคม ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานท่ามกลางความเหลื่อมล้ำที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยยากไร้ ผู้ป่วยไร้สัญชาติ หรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีข้อจำกัดด้านภาษา

บางครั้งสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่คือการสื่อสารให้เขาเข้าใจ เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้อย่างถูกต้อง”

คำตอบของคุณหมอสะท้อนแนวคิดด้านสุขภาพที่มองมนุษย์อย่างรอบด้าน และให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมทางสุขภาพควบคู่ไปกับการรักษาโรค


พลังของชุมชน คือหัวใจของโรงพยาบาลขุนยวม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลขุนยวมได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรสุขภาพที่มีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายและชุมชนอย่างเข้มแข็ง จนได้รับรางวัลระดับพื้นที่หลายด้าน ทั้งการพัฒนาระบบสุขภาพอำเภอ และการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ

นพ.สุพัฒน์เล่าว่า เมื่อเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล สิ่งที่ทำคือการสานต่อรากฐานที่ดีซึ่งบุคลากรรุ่นก่อนร่วมกันสร้างไว้

จุดแข็งของที่นี่คือบุคลากรครับ หลายคนทำงานอยู่ในพื้นที่มานาน มีความผูกพันกับชุมชน และมีความใส่ใจประชาชนอย่างแท้จริง”

แม้ผู้รับบริการในพื้นที่จะมีความหลากหลาย ทั้งคนไทย กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้ไม่มีสัญชาติ แต่ทุกคนได้รับการดูแลภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เราอยากเห็นสุขภาวะของประชาชนดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีสถานะอย่างไร ความมุ่งมั่นนี้คือหัวใจสำคัญของทีมโรงพยาบาลขุนยวมครับ”


ข้อคิดถึงแพทย์รุ่นใหม่: คุณค่าของงานไม่ได้วัดจากสถานที่

ในช่วงเวลาที่ระบบสาธารณสุขไทยยังเผชิญปัญหาการกระจายบุคลากร โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนและชนบท นพ.สุพัฒน์ได้ฝากข้อคิดถึงนักศึกษาแพทย์และแพทย์รุ่นใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกเส้นทางการทำงาน โดยท่านมองว่าไม่ว่าการทำงานจะอยู่ในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ห่างไกล ต่างก็มีคุณค่าและความท้าทายในแบบของตนเอง

งานชายแดนอาจมีความพิเศษในเรื่องระยะทาง ความสะดวกสบาย หรือการต้องอยู่ห่างไกลครอบครัว แต่ในแง่ของเนื้องาน ผมคิดว่ามีคุณค่าไม่แตกต่างกัน”

พร้อมกันนี้ ท่านยังชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ชายแดนยังคงต้องการแพทย์ที่สามารถทำงานต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบบริการสุขภาพในชุมชน

หากน้อง ๆ มองว่าสามารถบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้ และอยากเป็นที่พึ่งของประชาชนในระยะยาว ผมขอเชิญชวนให้มาทำงานในพื้นที่ชายแดนครับ”


คุณค่าของวิชาชีพที่ไม่เคยเปลี่ยน

แม้จะได้รับรางวัลระดับประเทศ แต่สิ่งที่สะท้อนจากบทสนทนาตลอดการสัมภาษณ์ คือความเรียบง่ายและความศรัทธาในคุณค่าของวิชาชีพแพทย์

สำหรับ นพ.สุพัฒน์ ใจงาม ความสำเร็จไม่ได้วัดจากตำแหน่งหรือรางวัล หากวัดจากโอกาสที่ได้ช่วยเหลือผู้คนและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับชุมชน

ขอให้ทุกคนพยายามหาสมดุลในชีวิต เพื่อเป้าหมายในการดูแลประชาชนให้มีสุขภาพดี งานที่เราทำมีคุณค่ามาก และไม่ว่าท่านจะอยู่ตรงไหนของระบบสาธารณสุข ท่านก็มีคุณค่าต่อสังคมเสมอครับ”

ถ้อยคำเรียบง่ายดังกล่าว อาจเป็นคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดของหัวใจแห่งความเป็น “หมอชนบท” ผู้ยืนหยัดทำงานท่ามกลางความท้าทายของพื้นที่ชายแดน และยังคงเชื่อมั่นว่า สุขภาพที่ดีของประชาชนคือรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่สุดของการเป็นแพทย์

 

 15 มิถุนายน 2569