Health Station Talk EP. 62 "การเตรียมรองรับสังคมสูงวัยด้วย SE การบริการ iMedCare"
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่
“สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์” อย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ความต้องการด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อสร้างระบบดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้
มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุในทุกมิติ
หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความสนใจคือการประยุกต์ใช้แนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ร่วมกับนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะบริการ iMedCare ที่นำเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการสุขภาพมาเชื่อมโยงการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การติดตามอาการ การประเมินความเสี่ยง และการประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ลดภาระของครอบครัว และเพิ่มศักยภาพของชุมชนในการรองรับสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืนในอนาคต

เพื่อให้เห็นภาพรวมของการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
และการใช้นวัตกรรมธุรกิจเพื่อสังคมมาดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน รายการ Health Station Talk EP. 62 จึงขอนำทุกท่านมาพบกับ
คุณชาคริต โภชะเรือง เลขานุการ กขป.เขต 12 และ ผศ.ดร.แสงอรุณ
อิสระมาลัย กขป.เขต 12 และผู้จัดการ
Imedcare บ.ประชารัฐรักสามัคคีสงขลา (วิสาหกิจเพื่อสังคม)
จำกัด ที่จะมาบอกเล่ารายละเอียดการเตรียมรองรับสังคมสูงวัยด้วย SE
การบริการ iMedCare
กขป. เขต 12 กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รองรับสังคมสูงวัย
คุณชาคริต เริ่มต้นเปิดประเด็นว่าในปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว
ซึ่ง คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน
(กขป.) เขต 12 ซึ่งดูแลพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง
ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งใน 5 ประเด็นยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่:
- บุหรี่และปัจจัยเสี่ยง
- สุขภาวะแม่และเด็ก
- กลุ่มเปราะบางทางสังคม
(รวมถึงผู้สูงอายุและคนพิการ)
- เกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ
- การรับมือภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด

เป้าหมายหลักของ กขป.
คือการทำให้กลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิ์และบริการพื้นฐาน ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ
และสังคม โดยมุ่งหวังให้เกิดระบบ One Stop Service
และการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
เพื่อให้การดูแลเข้าถึงระดับครัวเรือนได้อย่างไร้รอยต่อ
"เราอยากเห็นชุดบริการแบบ One Stop Service ที่ประชาชนไม่ต้องวิ่งไปหลายพื้นที่หรือหลายหน่วยงานเกินไป
โดยใช้เทคโนโลยีและเลขบัตรประชาชน 13 หลักมาเชื่อมต่อข้อมูลให้เห็นภาพเดียวกัน
เพื่อให้การเข้าถึงบริการง่ายขึ้นและเกิดการประสานส่งต่อโดยเอาคนเป็นศูนย์กลาง"
คุณชาคริต กล่าว

iMedCare: นวัตกรรม SE เพื่อการดูแลผู้สูงอายุถึงบ้าน
ผศ.ดร.แสงอรุณ อธิบายว่า
iMedCare เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของภาควิชาการ
(คณะพยาบาลศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์) และภาคประชาสังคม (มูลนิธิชุมชนสงขลา)
โดยจดทะเบียนเป็น วิสาหกิจเพื่อสังคม
(Social Enterprise - SE) ภายใต้บริษัท
ประชารัฐรักสามัคคีสงขลา จำกัด
หัวใจสำคัญของ iMedCare คือโมเดล
"B2C to C" ที่สร้างประโยชน์ 2 ด้าน:
- สร้างงาน (Caregivers): พัฒนาทักษะคนว่างงาน หรือผู้ที่มีรายได้น้อย
ให้กลายเป็น "นักบริบาลท้องถิ่น" ผ่านหลักสูตรอบรม 120 ชั่วโมงที่ได้มาตรฐาน,
- สร้างคุณภาพชีวิต (Patients): ช่วยให้ผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งพิง
(ติดบ้าน/ติดเตียง) ได้รับการดูแลที่มีคุณภาพที่บ้าน
ลดภาระค่าใช้จ่ายที่สูงจากการไปอยู่ศูนย์ดูแลเอกชน
ระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพและแตกต่าง
ความโดดเด่นของ iMedCare คือการนำฐานทาง วิชาชีพพยาบาล มาใช้บริหารจัดการระบบ, โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- การประเมินเชิงรุก: พยาบาลวิชาชีพจะลงพื้นที่ประเมินสภาพผู้ป่วยถึงบ้านเพื่อวางแผนการดูแล
(Care Plan)
- การคัดเลือกผู้ดูแล: เลือกคนที่มีทักษะเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วย
เช่น ผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องให้อาหารทางสายยาง
หรือผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ,
- ระบบติดตามและประกันคุณภาพ: มีทีมกลางคอยประสานงาน
หากผู้ดูแลมีปัญหาหรือทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย สามารถเปลี่ยนตัวได้ทันที,
- สัญญาที่เป็นธรรม:
ใช้สัญญาแบบเดือนต่อเดือน
เพื่อให้ครอบครัวสามารถประเมินความพึงพอใจและยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง
"ความแตกต่างของ iMedCare คือเราทำงานบนฐานงานวิชาการพยาบาล ทุกเคสจะเริ่มต้นจากการที่พยาบาลวิชาชีพลงพื้นที่ประเมินสภาพผู้ป่วยถึงบ้านแบบหัวจรดเท้า เพื่อกำหนดแผนการดูแล (Care Plan) และคัดเลือกผู้ดูแลที่มีทักษะเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยรายนั้นอย่างแท้จริง" ผศ.ดร.แสงอรุณ กล่าว
ความท้าทายและการจัดการ
"คนกลาง"
การดูแลผู้สูงอายุที่บ้านไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะผู้ดูแลต้องเข้าไปอยู่ในบริบทครอบครัวที่มีความซับซ้อน iMedCare จึงทำหน้าที่เป็น "คนกลาง" ในการช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง สื่อสารกับญาติ
และเตรียมความพร้อมทางจิตวิทยาให้แก่ผู้ดูแล
เพื่อให้สามารถรับมือกับภาวะวิกฤตหรือความเครียดในครอบครัวได้
"การดูแลผู้ป่วยที่บ้านมีความละเอียดอ่อนและอาจเกิดโจทย์เรื่องความขัดแย้งได้ง่าย จึงจำเป็นต้องมี 'คนกลาง' หรือองค์กรวิชาชีพเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ทั้งการวางแผนการดูแล การทำสัญญาที่เป็นธรรม และการจัดการเรื่องสิทธิ์สวัสดิการ เพื่ออุดช่องว่างของการเข้าถึงบริการในปัจจุบัน" คุณชาคริต กล่าว

ก้าวต่อไปของ iMedCare และอนาคตสังคมสูงวัย
ปัจจุบัน iMedCare มีเครือข่ายผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมกว่า
300-500 คนกระจายอยู่ทั่วประเทศ
แม้การดำเนินงานหลักจะอยู่ที่สงขลาและสตูล แต่มีแผนที่จะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ
ผ่านระบบ Business Partner
"เป้าหมายของเราคือการขยายผลระบบนี้ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง เรายินดีที่จะมี Business
Partner ในจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่สนใจ
เพื่อถ่ายทอดระบบการบริหารจัดการและมาตรฐานการพัฒนาคน
เพื่ออุดช่องว่างการเข้าถึงบริการดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ" ผศ.ดร.แสงอรุณ กล่าวทิ้งท้าย
นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดสู่โครงการ "Young Caregiver" เพื่อดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเพื่อนคุยและดูแลผู้สูงอายุ
สร้างความเข้าใจระหว่างวัย และสร้างรากฐานครอบครัวที่เข้มแข็ง
การเตรียมรับมือสังคมสูงวัยไม่ใช่เพียงหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง
แต่ต้องอาศัยการ "สร้างคน สร้างงาน และสร้างคุณภาพชีวิต"
ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน
เพื่อให้ทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขในทุกวัน

