อัปเกรดคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเชียงใหม่ ด้วย “ธรรมนูญสุขภาพ” สู่สังคมสูงวัยที่ทุกคนร่วมออกแบบ
เชียงใหม่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ด้วยจำนวนผู้สูงอายุกว่า 451,000 คน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งจังหวัด การเตรียมความพร้อมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษาพยาบาล แต่หมายถึงการสร้างระบบดูแลที่ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีคุณค่า และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายผู้สูงอายุจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำธรรมนูญสุขภาพเพื่อรองรับสังคมสูงวัย” ณ ห้องประชุมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้สูงอายุนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุจากหลายอำเภอร่วมกันออกแบบอนาคตของตนเองผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “ธรรมนูญสุขภาพ” ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน 2569 โดยมีผู้แทนชมรมผู้สูงอายุ ภาคีหน่วยงานกว่า 100 คน จาก 10 ตำบลที่นำร่องยกระดับแผนรองรับสังคมสูงวัย ด้วยเครื่องมือธรรมนูญสุขภาพ ได้แก่ หนองบัว แม่สูน ขี้เหล็ก ท่าศาลา เทศบาลตำบลแม่งอน ข่วงเปา บ้านกาด ท่าวังตาล ลวงเหนือ เทศบาลตำบลสารภี

กระบวนการยกร่างธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่ชวนผู้เข้าร่วมมองเห็น “ต้นทุน” และ “ความฝัน” ของชุมชน ผ่านกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้แลกเปลี่ยนความสุข ความหวัง และภาพอนาคตที่อยากเห็นเมื่อตนเองมีอายุ 80 ปี

โดยมีเกมส์และกิจกรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ที่จัดกระบวนการโดย นายบัณฑิต มั่นคง และนำไปยกร่าง ดังนี้
1. เลือกภาพที่สะท้อนตัวตนและสิ่งที่อยากเห็นเมื่ออายุ 80 ปี
2. ช้อปปิ้ง แผนงาน โครงการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับตำบล
3. มองต้นทุนของดี ที่อยากเก็บ และสะท้อนปัญหาที่อยากแก้ไข
4. ปั้นเป็นข้อตกลง เพื่อยกร่างเป็นธรรมนูญร่วมกัน

ภาพฝันร่วมที่สะท้อนออกมามีความชัดเจน ทั้งการมีสุขภาพแข็งแรง กินอาหารปลอดภัย ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นดูแลสุขภาพ ลดการพลัดตกหกล้ม มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต มีรายได้และอาชีพที่เหมาะสม รวมถึงการมีเครือข่ายผู้สูงอายุที่เข้มแข็งและเกื้อกูลกัน
น่าสนใจว่า เมื่อให้แต่ละตำบลทดลอง “เลือกซื้อ” สิ่งที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยงบประมาณจำลอง พบว่าประเด็นที่ได้รับความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ การเสริมความเข้มแข็งของชมรมผู้สูงอายุ การส่งเสริมอาชีพและรายได้ รวมถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพเชิงรุก เช่น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการเพียงการรักษาโรค แต่ต้องการโอกาสในการเรียนรู้ มีส่วนร่วม และพึ่งพาตนเองได้
นายสุรเชษฐ์ บุญเทพ ประธานชมรมผู้สูงอายุจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดทำธรรมนูญสุขภาพครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการรวมพลังเครือข่ายผู้สูงอายุและภาคส่วนต่าง ๆ ให้ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยของจังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เน้นย้ำว่า การพัฒนาสังคมสูงวัยจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และธรรมนูญสุขภาพเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือจากระดับชุมชนสู่ระดับนโยบาย

ผลลัพธ์ที่สำคัญของเวทีครั้งนี้ คือ การยกร่างข้อตกลงร่วมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านสุขภาพ การดูแลระยะยาว สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ การส่งเสริมอาชีพและรายได้ การสร้างพื้นที่ทางสังคม ตลอดจนการสืบสานภูมิปัญญาและคุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชน ภายใต้เจตนารมณ์ร่วม “สานพลังสร้างความร่วมมือขับเคลื่อนการสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุเชียงใหม่” ทุกภาคส่วนได้ประกาศความตั้งใจที่จะร่วมกันดูแลผู้สูงอายุและประชาชนทุกช่วงวัยให้ “กินดี อยู่ดี และมีระยะท้ายของชีวิตที่ดี” ผ่านการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพและกลไกธนาคารเวลาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเตรียมรับมือกับสังคมสูงวัย แต่คือการเปลี่ยนมุมมองจาก “ผู้สูงอายุเป็นภาระ” สู่ “ผู้สูงอายุเป็นพลัง” และร่วมกันสร้างเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่ทุกคนสามารถก้าวสู่วัยสูงอายุได้อย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี และมีความสุขตลอดช่วงชีวิต

