“ธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา” จุดเริ่มต้นสร้างคนคุณภาพ สู่เมืองสุขภาวะภูเก็ต

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบัน การสร้างระบบดูแลสุขภาวะในสถานศึกษาไม่อาจจำกัดอยู่เพียงการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเป็นครั้งคราว แต่ต้องพัฒนาไปสู่กลไกที่ทุกภาคส่วนในโรงเรียนมีส่วนร่วมกำหนดกติกาและทิศทางร่วมกัน



นายชลำ อรรถธรรม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มองว่า “ธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา” คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน พร้อมวางรากฐานการพัฒนาสังคมในระยะยาว

“การพัฒนาสังคมต้องเริ่มต้นจากสถานศึกษา เพราะโรงเรียนเป็นพื้นที่ที่เด็กใช้ชีวิต เรียนรู้ และซึมซับพฤติกรรมต่าง ๆ หากเราสามารถสร้างระบบสุขภาวะที่ดีในโรงเรียนได้ ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชนต่อไป”

นายชลำ กล่าวว่า การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษาในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเฉพาะโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้สถานศึกษาอื่น ๆ ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาแนวทางการสร้างสุขภาวะร่วมกัน โดยอาศัยกระบวนการตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติเป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วมและนำไปสู่ข้อตกลงร่วมภายในสถานศึกษา

“เราต้องการให้แต่ละโรงเรียนได้ร่วมกันกำหนดกติกา แนวปฏิบัติ และวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง เพราะเมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบกฎกติกา ก็จะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและพร้อมขับเคลื่อนให้เกิดผลจริง”

ธรรมนูญสุขภาพฯ กับยุทธศาสตร์พัฒนาภูเก็ต

รองนายก อบจ.ภูเก็ต อธิบายว่า การพัฒนาธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สำคัญขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

“เป้าหมายของเราคือการพัฒนาศักยภาพของเด็กทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะมีพื้นฐานหรือความสามารถแตกต่างกันอย่างไร เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตตามศักยภาพของตนเอง”


นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของจังหวัดภูเก็ตที่มุ่งสู่การเป็นเมืองแห่งสุขภาวะและการมีอายุยืน หรือ Longevity City

“แนวคิดของเราคือ ‘อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ’ แต่ในความหมายที่กว้างกว่าการรักษาโรค เราต้องการให้ประชาชนมีสุขภาพดีตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงก่อนเกิดโรค และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย”



รับมือความเสี่ยงสุขภาพยุคใหม่ในเด็กและเยาวชน

จากการติดตามและประเมินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนที่ผ่านมา อบจ.ภูเก็ตพบว่าปัญหาสุขภาพของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม

นายชลำ ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่กำลังส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของนักเรียนจำนวนมาก

“บุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สถานศึกษาทั่วประเทศกำลังเผชิญ ขณะเดียวกันปัญหาสุขภาพจิตก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงต้องพัฒนามาตรการและกลไกที่ช่วยป้องกันและดูแลเด็กอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงเข้าไปแก้ไข”

ท่านเห็นว่า ธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษาจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในประเด็นโภชนาการและกิจกรรมทางกาย



โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่แห่งสุขภาวะ

สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องผลักดันในระยะต่อไป นายชลำ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพอาหารในโรงเรียน การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสริมความรอบรู้ด้านโภชนาการ และการสนับสนุนกิจกรรมทางกายอย่างสร้างสรรค์

“เด็กควรได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ปลอดภัย และเพียงพอ ขณะเดียวกันต้องมีพื้นที่และโอกาสในการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิถีชีวิตที่ดีในทุกวัน”

รองนายก อบจ.ภูเก็ต เชื่อว่า หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษาอย่างจริงจัง โรงเรียนจะกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการสร้างสุขภาวะ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณภาพชีวิตที่ดี

“เด็กในวันนี้คือกำลังสำคัญของภูเก็ตในวันข้างหน้า หากเราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีได้ตั้งแต่ในโรงเรียน ก็จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของจังหวัดและสังคมไทย” นายชลำ กล่าวปิดท้าย

 8 มิถุนายน 2569