เตือนแพทย์–พยาบาลพักไม่พอ เสี่ยงอุบัติเหตุจากหลับใน แนะงีบ 15–20 นาที ฟื้นความพร้อม2 มิถุนายน 2569
กรมควบคุมโรคแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เข้าเวรกลางคืน หรือมีภาระงานหนัก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความอ่อนล้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในระหว่างเดินทาง

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องปฏิบัติงานภายใต้ภาวะเร่งด่วนและดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง จึงขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนเดินทาง หากมีอาการง่วง เหนื่อยล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือรู้สึกไม่สดชื่น ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่เป็นระยะทางไกลเพียงลำพัง และควรหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ด้าน นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคแนะนำให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนใช้เทคนิค “Power Nap” หรือการงีบสั้นอย่างมีคุณภาพ เพื่อช่วยฟื้นฟูความตื่นตัวของสมองและลดอาการอ่อนเพลียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรงีบประมาณ 15–20 นาที ก่อนออกเดินทาง หรือเมื่อเริ่มมีสัญญาณเตือนของอาการง่วงระหว่างขับรถ เช่น หาวบ่อย หนังตาหนัก สมาธิลดลง หรือจำเส้นทางที่เพิ่งขับผ่านมาไม่ได้
ทั้งนี้ หากเริ่มมีอาการง่วง ควรจอดรถพักในสถานที่ปลอดภัย เช่น จุดพักรถหรือปั๊มน้ำมัน และหลีกเลี่ยงการฝืนขับต่อ เนื่องจากการหลับในแม้เพียงไม่กี่วินาทีก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้
กรมควบคุมโรคยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับรถหลังเข้าเวรเป็นเวลานาน หากมีความจำเป็นควรมีผู้ร่วมเดินทางเพื่อสลับขับ ใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มแพทย์ พยาบาล และบุคลากรด่านหน้าที่มีเวลาพักจำกัด
“ความปลอดภัยของผู้ให้บริการสุขภาพ คือรากฐานสำคัญของความมั่นคงในระบบสุขภาพของประชาชน” กรมควบคุมโรคระบุ พร้อมส่งกำลังใจถึงบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศ ขอให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ขับรถเมื่อร่างกายไม่พร้อม และมีสติทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เพื่อร่วมกันป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ข้อมูลและภาพ: กองป้องกันการบาดเจ็บ/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

