“แม่น้ำคือชีวิตของคนเชียงราย” วิกฤตปนเปื้อนแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง ต้องเร่งแก้ทั้งระบบ ก่อนกระทบอนาคตชุมชน

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ท่ามกลางความวิตกกังวลของประชาชนในจังหวัดเชียงรายต่อสถานการณ์การปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต สุขภาพ และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงราย สะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งบูรณาการความร่วมมือในการรับมือปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง


น.ส.มณีรัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่มีความตื่นตัวต่อปัญหาคุณภาพน้ำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งต้องพึ่งพาแหล่งน้ำในการดำรงชีวิต ทั้งการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการประมงพื้นบ้าน

“แม่น้ำไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำ แต่เป็นวิถีชีวิตของคนเชียงราย เมื่อเกิดความกังวลเรื่องการปนเปื้อน สิ่งที่ได้รับผลกระทบจึงไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพ แต่รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจครัวเรือน และความเชื่อมั่นของประชาชนด้วย” น.ส.มณีรัฐกล่าว

สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อน เนื่องจากต้นตอของมลพิษอยู่นอกประเทศ ทำให้การจัดการจำเป็นต้องอาศัยทั้งความร่วมมือระดับระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังภายในพื้นที่

“สิ่งที่เราต้องทำทันที คือทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา เพราะเมื่อประชาชนมีข้อมูล เขาจะสามารถป้องกันตัวเองและปรับตัวได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันภาครัฐก็ต้องมีระบบเฝ้าระวังที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้”


น.ส.มณีรัฐ ยังเห็นว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง และร่วมออกแบบแนวทางรับมือในระยะยาว

“หลายชุมชนเริ่มรวมตัวกันติดตามสถานการณ์น้ำด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญ เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และเป็นผู้ที่รู้บริบทของชุมชนดีที่สุด”

ในมุมของผลกระทบทางเศรษฐกิจ น.ส.มณีรัฐ กล่าวว่า ครัวเรือนจำนวนมากเริ่มมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งจากการซื้อน้ำดื่ม การติดตั้งเครื่องกรองน้ำ รวมถึงความกังวลต่อผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์น้ำที่อาจได้รับผลกระทบจากสารปนเปื้อน

“คนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือกลุ่มเปราะบางและครัวเรือนรายได้น้อย เพราะต้องแบกรับต้นทุนในการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นในทุกวัน”

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายในระยะยาว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแม่น้ำเป็นจุดดึงดูดสำคัญของชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ


น.ส.มณีรัฐ ย้ำว่า การแก้ปัญหานี้ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน และภาคการเมือง เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

“นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมของเชียงราย แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยทางสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำทั้งหมด เราต้องช่วยกันทำให้เสียงของประชาชนถูกส่งไปถึงระดับนโยบาย เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง” น.ส.มณีรัฐ กล่าวปิดท้าย

 29 พฤษภาคม 2569