Healthstation Talk EP.57: ถอดรหัสวัฒนธรรมการกิน สู่บทเรียนชีวิต: พลิกโฉมการดูแลสุขภาพคนอีสาน ห่างไกลมะเร็งท่อน้ำดีด้วยนวัตกรรมฝีมือคนไทย
เปิดใจ "ศ.ไพบูลย์ สิทธิถาวร" เมธีวิจัยอาวุโส มข. ผู้เปลี่ยนงานวิจัยระดับโลกให้เป็น "ชุดตรวจปัสสาวะง่าย ๆ ใน 5 นาที" เพื่อรอยยิ้มที่ยั่งยืนของชาวบ้าน

ท่ามกลางกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารอีสาน "ก้อยปลา" หรือเมนูปลาดิบน้ำจืดโชยกลิ่นเครื่องเทศเคล้ามากับรอยยิ้มในวงสำรับข้าว ทว่าเบื้องหลังความอร่อยและวิถีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเนิ่นนาน กลับแฝงไปด้วยภัยเงียบทางสุขภาพที่คร่าชีวิตคนอีสานไปเป็นจำนวนมาก นั่นคือ "โรคมะเร็งท่อน้ำดี" (Cholangiocarcinoma)
ประเทศไทยต่อสู้กับโรคนี้มานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่ดูเหมือนความท้าทายนี้ยังคงอยู่ จนกระทั่งสปอตไลต์ดวงใหญ่ได้ส่องสว่างอีกครั้ง เมื่อ ศาสตราจารย์ไพบูลย์ สิทธิถาวร ในวัย 71 ปี เมธีวิจัยอาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ทุ่มเทเวลากว่าค่อนชีวิตเกือบ 40 ปีในการศึกษา "พยาธิใบไม้ตับ" ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยสร้างความตื่นตัวให้แก่วงการสาธารณสุขไทย พร้อมส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังจากต้นตอ

พลิกแฟ้มงานวิจัย ‘ผ่าศพพิสูจน์’ ความจริงที่ซ่อนอยู่ยามร่างกายอ่อนแอ
หากย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2522 จุดเริ่มต้นการทำงานของ ศ.ไพบูลย์ เริ่มจากการพานักศึกษาแพทย์ลงพื้นที่ "บ้านโนนม่วง" ชุมชนติดมหาวิทยาลัยขอนแก่น และตรวจพบไข่พยาธิใบไม้ตับในอุจจาระของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก แต่งานวิจัยชิ้นสำคัญที่เปิดโลกทัศน์ให้แก่การแพทย์ไทยคือ "Autopsy Study (1991)" หรือการศึกษาร่างผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดขอนแก่นกว่า 200 รายตลอดช่วงเวลา 10 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ดูแข็งแรงดีก่อนเสียชีวิต แต่ผลลัพธ์จากการศึกษาพบว่า มีการสะสมของพยาธิใบไม้ตับอยู่สูงถึง 85%
"เราเคยเจอเคสวัยรุ่นอายุเพียง 29 ปีในเมืองขอนแก่นแท้ ๆ แต่เมื่อศึกษาโครงสร้างตับ กลับพบตัวพยาธิสะสมอยู่มากถึง 7,900 กว่าตัว ตับเกิดพังผืด (Fibrosis) ไปทั่ว นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า พยาธิเหล่านี้ฝังตัวอย่างเงียบเชียบโดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ตัวเลยเพราะไม่มีอาการแสดงออกมาในระยะแรก" ศ.ไพบูลย์ อธิบาย

ธรรมชาติของพยาธิใบไม้ตับ: ยิ่งทานซ้ำ ยิ่งสะสม
วิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) มีพฤติกรรมเฉพาะคือ "ไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนในร่างกายมนุษย์ได้" หมายความว่า การที่คน ๆ หนึ่งจะมีพยาธิในร่างกายเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพราะมันเติบโตขยายพันธุ์ในท้อง แต่เกิดจากการ "รับประทานปลาดิบที่มีตัวอ่อนพยาธิระยะติดต่อสะสมเข้าไปเรื่อย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
ที่น่าสนใจคือ พวกมันมีอายุยืนยาวในท่อน้ำดีมนุษย์ได้นานถึง 20–25 ปี โดยที่ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติไม่สามารถทำลายมันได้ แถมจากการศึกษาทางพันธุศาสตร์ (Genetics) ยังพบว่า พยาธิใบไม้ตับในแถบลุ่มน้ำโขงมีความหลากหลายสูง แยกสายพันธุ์ได้ตาม 5 ลุ่มน้ำหลัก (ปิง, สงคราม, มูล, ชี,โขง) ซึ่งสัมพันธ์กับหอยเจ้าบ้านในแต่ละถิ่น โดยปัจจุบันทีมนักวิจัยกำลังเร่งศึกษาว่าสายพันธุ์จากลุ่มน้ำใดมีความเชื่อมโยงต่อการเกิดโรคมากที่สุด

ด้วยผลกระทบในระยะยาว องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงจัดให้พยาธิใบไม้ตับเป็นสารก่อมะเร็งประเภทที่ 1 (Carcinogenic parasite) โดยเงื่อนไขการเกิดโรคไม่จำเป็นต้องรับเชื้อจำนวนมากในคราวเดียว แต่การติดเชื้อจำนวนน้อยทว่ายาวนานหลายสิบปี ก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ท่อน้ำดีเกิดความผิดปกติเมื่ออายุเข้าสู่ 40–50 ปี ประกอบกับปัจจัยร่วมอื่น ๆ เช่น พันธุกรรม พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และเพศชายที่มีสถิติความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง
"ปัจจัยภายในหรือพันธุกรรมเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ แต่พยาธิใบไม้ตับคือสิ่งเดียวที่เรา ‘ป้องกันและกำจัดได้เด็ดขาดที่สุด’ ถ้าเราตรวจเจอเร็วและดูแลรักษาได้ทัน ท่อน้ำดีก็จะไม่ถูกกระตุ้นจนกลายเป็นโรคร้ายในอนาคต"

ปฏิวัติวงการคัดกรอง: จากห้องแล็บใหญ่ สู่ชุดตรวจปัสสาวะ ‘OV-ATK’ ใน 5 นาที
ในอดีต การตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับต้องใช้วิธีส่องกล้องตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิ ซึ่งมีข้อจำกัดคือจะตรวจพบเฉพาะผู้ที่มีปริมาณพยาธิค่อนข้างมากเท่านั้น หากมีปริมาณน้อยมักตรวจไม่พบเนื่องจากการเดินทางของไข่พยาธิผ่านระบบทางเดินอาหารมีความแปรปรวนสูง
ศ.ไพบูลย์ และทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการตรวจหาแอนติเจน (Antigen) ในอุจจาระด้วยวิธี ELISA ในปี พ.ศ. 2538 ซึ่งให้ผลแม่นยำแต่ต้องทำในห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่และใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2558 ทีมวิจัยประสบความสำเร็จครั้งใหญ่เมื่อค้นพบว่า สารคัดหลั่งของพยาธิสามารถขับออกมาทางปัสสาวะได้เช่นกัน และมีความแม่นยำสูงแม้มีพยาธิเพียงตัวเดียว
นำมาสู่การต่อยอดเป็นเทคโนโลยีในปัจจุบัน คือ "OV-ATK" (Rapid Test) ชุดตรวจบนแผ่นคาสเซ็ทที่ใช้งานง่าย มีขั้นตอนคล้ายชุดตรวจสุขภาพทั่วไป เพียงนำปัสสาวะหยดผสมกับน้ำยาบัฟเฟอร์ 3 หยด แล้วหยดลงในช่องใส่ตัวอย่าง 4 หยด รอเวลาเพียง 5 นาทีก็สามารถอ่านผลได้ทันที หากขึ้น 2 ขีด (แถบ C และ T) แสดงว่าเป็นบวก (พบร่องรอยพยาธิ) และหากขึ้น 1 ขีด (แถบ C) แสดงว่าเป็นลบ
ข้อควรรู้และประสิทธิภาพของ OV-ATK:
- แม่นยำสูง: มีความไวในการตรวจ (Sensitivity) สูงถึง 94% ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการคัดกรอง
- ราคาเข้าถึงได้: ปัจจุบันพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์โดยภาคเอกชน ราคาเฉลี่ยเพียง 120–150 บาทต่อชุด
- ข้อควรระวังสำคัญ: ต้องแกะซองอลูมิเนียมฟอยล์แล้วตรวจทันที ห้ามแกะทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องล่วงหน้า เพราะความชื้นจะทำให้ชุดตรวจเสื่อมสภาพและให้ผลคลาดเคลื่อนได้

ข้อเสนอแนะเชิงระบบ: ปลดล็อกพื้นที่ห่างไกล และเติมเต็มการดูแลระยะยาว
นับเป็นข่าวดีที่ปัจจุบัน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้อนุมัติให้การตรวจพยาธิใบไม้ตับผ่านปัสสาวะเป็นสิทธิประโยชน์ฟรีสำหรับคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญยังพบโจทย์สำคัญที่ต้องพัฒนาต่อในเชิงปฏิบัติ เนื่องจากระบบปัจจุบันเอื้อให้เบิกจ่ายผ่านคลินิกหรือห้องแล็บเทคนิคการแพทย์ซึ่งมักตั้งอยู่ในตัวเมือง ขณะที่ชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

ศ.ไพบูลย์ เสนอแนะว่า รัฐบาลควรผลักดันให้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สามารถเป็นจุดบริการตรวจคัดกรองด้วย OV-ATK และให้คำแนะนำรวมถึงจ่ายยาดูแลเบ็ดเสร็จได้ในจุดเดียว เพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าเมือง
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องขั้นตอนการดูแลรักษา ผลการวิจัยพบว่าการรับประทานยาฆ่าพยาธิในโดสแรกสามารถดูแลให้หายขาดได้ประมาณ 80–85% แต่ยังมีผู้ป่วยอีกประมาณ 15–20% ที่อาจจำเป็นต้องได้รับยาโดสที่สอง ศ.ไพบูลย์ จึงเสนอว่า หลังจากดูแลรักษาไปแล้ว 4–6 สัปดาห์ (ซึ่งเป็นระยะที่สารคัดหลั่งพยาธิจะหมดไปจากปัสสาวะ) ควรให้สิทธิ์ประชาชนได้ตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจว่าร่างกายปลอดพยาธิอย่างแท้จริง ไม่ควรรอให้ครบ 1 ปีตามรอบสิทธิ์เดิม

‘อัลตราซาวด์สัญจร’ และพลังของคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนสังคม
ความสำเร็จในการดูแลสุขภาพชุมชนครั้งนี้ ยังเกิดจากการผสานพลังกับ ศ.ดร.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ศัลยแพทย์ผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจขับเคลื่อนสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มข. โดย นพ.ณรงค์ ได้นำประสบการณ์จากการดูแลผู้ป่วยปลายน้ำมาปรับเปลี่ยนเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก จัดตั้ง "หน่วยอัลตราซาวด์สัญจรฟรี" ลงสู่ชุมชน
การจับคู่กันระหว่าง "ชุดตรวจปัสสาวะ OV-ATK" เพื่อค้นหาพยาธิในขั้นต้น ร่วมกับการทำ "อัลตราซาวด์สัญจร" เพื่อตรวจเช็กความสมบูรณ์ของท่อน้ำดี ทำให้เกิดโมเดลการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ซึ่งโมเดลนี้ได้รับการยอมรับและสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สกสว. ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ในท้ายที่สุด ศ.ไพบูลย์ ได้ถอดบทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรคนี้ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ว่าหัวใจสำคัญคือการสร้างส่วนร่วมของภาคประชาชนและกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างเข้มแข็ง สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในกลุ่มผู้ใหญ่ แต่วิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ยุคใหม่กำลังมุ่งเป้าไปที่ คนรุ่นใหม่ (Young Generation) ทั้ง Gen X, Y และ Z เพื่อให้เกิดค่านิยมการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยืน
นวัตกรรมไทยพร้อมแล้ว นโยบายรัฐเปิดช่องทางแล้ว เหลือเพียงการร่วมมือกันปรับระบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง เพื่อมอบสุขภาพที่ดีและรอยยิ้มที่สดใสให้แก่พี่น้องชาวอีสานสืบไป


