ส่องพื้นที่ต้นแบบ จ.เชียงราย ‘สร้างระบบ’ รองรับสังคมสูงวัย ด้วย ‘ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบล’25 พฤษภาคม 2569
สช. จัดกิจกรรม Press tour ชักชวนคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม “ต้นแบบระบบรองรับสังคมสูงวัย” อ.พาน จ.เชียงราย ใช้ “ธรรมนูญสุขภาพระดับพื้นที่” เป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุครอบคลุม 6 มิติ สร้างข้อตกลงร่วมชุมชนที่นำไปสู่ภูมิปัญญาของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยยั่งยืน


นายสัจจะ บุญมาเกี๋ยง สาธารณสุขอำเภอพาน (สสอ.พาน) เปิดเผยว่า อ.พาน เป็นสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ โดยข้อมูลในปีงบประมาณ 2569 มีจำนวนผู้สูงอายุ 32,232 คน หรือคิดเป็น 29.32% ของประชากร แยกเป็นผู้ป่วยติดเตียง 207 คน ติดบ้าน 547 คน ติดสังคม 31,478 คน แม้ที่ผ่านมาจะมีการขับเคลื่อนงานที่หลากหลาย จากภาคีเครือข่ายองค์กรหน่วยงานต่างๆ มีชมรมผู้สูงอายุตำบล 16 ชมรม โรงเรียนผู้สูงอายุ 17 แห่ง สภาคลังปัญญาผู้สูงอายุ 15 ตำบล แต่ทั้งหมดจำเป็นต้องเชื่อมโยงบูรณาการทำงาน เพื่อพัฒนาให้เกิดระบบรองรับผู้สูงวัยใน อ.พาน ไปด้วยกัน
นายสัจจะ กล่าวว่า ภายใต้โครงสร้างของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน (พชอ.พาน) ซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธาน มีภารกิจมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1. เพิ่มพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า 2. พัฒนาคุณภาพเด็กด้วย EF (Executive Function) 3. พัฒนาคุณภาพเยาวชน TO BE NUMBER ONE 4. พัฒนาคุณภาพสตรี ลดความรุนแรง 5. พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 6 มิติ โดยการขับเคลื่อนเหล่านี้มีกลไกที่สำคัญคือ “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัย จังหวัดเชียงราย” และกองทุนคนพานไม่ทิ้งกัน พร้อมทั้งยังส่งผ่านการขับเคลื่อนไปสู่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล (พชต.) ต่อไป

นายนิรันดร์ แปงคำ ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากการหารือร่วมกันของเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด รวมถึงคณะกรรมการผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีเจตจำนงที่จะให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีคุณค่า เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงได้ประกาศใช้ “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัย จังหวัดเชียงราย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2565” ขึ้นเป็นกรอบกติกาข้อตกลงการมีกิจกรรมร่วมกันของผู้สูงอายุในชุมชน ตำบล ในโรงเรียนสูงอายุ อำเภอ และจังหวัด รวมถึงเป็นกรอบแนวทางในการกำหนดเป้าหมาย นโยบาย แผนงานโครงการ และยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายใต้ธรรมนูญฯ ฉบับดังกล่าว มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต “กาย จิต สุข” ของผู้สูงอายุให้เป็นรูปธรรม ใน 6 มิติ ได้แก่ 1. มิติสุขภาพ เช่น ส่งเสริมความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพ ส่งเสริมการตายดี 2. มิติสังคมสวัสดิการ เช่น ส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมต่างๆ ขยายโรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารเวลา 3. มิติสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เช่น ปรับสภาพบ้านให้ปลอดภัยตามอารยสถาปัตย์ 4. มิติศาสนา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา เช่น การปฏิบัติศาสนกิจ ร่วมงานบุญ ถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญา 5. มิติเศรษฐกิจ อาชีพ เช่น ส่งเสริมการปลูกและใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ใช้เวลาว่างทำขนม ทำเครื่องจักสาน สร้างรายได้ 6. มิติเทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลความรู้ในหลายช่องทาง การใช้อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย

“ภายหลังธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัย จังหวัดเชียงราย ประกาศใช้เมื่อปี 2565 ก็ได้เกิดธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัยในระดับตำบล เช่น ต.ป่าหุ่ง ต.หัวง้ม และตำบลอื่นๆ ตามมา ซึ่งแนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 6 มิตินี้ ยังใช้เป็นหลักสูตรของโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการที่ทุกสัปดาห์ ผู้สูงอายุจะต้องมาเข้าโรงเรียนและมีกิจกรรม มีตารางสอน มีกิจกรรมพูดหน้าชั้น ทุกคนต้องมีเรื่องเล่า 1 เรื่องทุกเช้า มีการไหว้พระสวดมนต์ มีการออกกำลังกายที่พยายามใส่ท่าใหม่ๆ เข้ามา” นายนิรันดร์ กล่าว

ขณะที่ นางอัญชลี ไก่งาม อดีตข้าราชการครู กล่าวว่า ภายหลังเกษียณอายุตนได้เข้ามาช่วยกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในตำบลหัวง้ม โดยเฉพาะประเด็นผู้สูงอายุ ซึ่งมี “ธนาคารความดีตำบลหัวง้ม” เป็นร่มใหญ่ของการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการจิตอาสา โรงเรียนผู้สูงอายุ โรงเรียนส่งเสริมคุณธรรม โครงการ 1 วัน 1 บาท ฯลฯ รวมไปถึงโครงการ “บ้านชื่นสุข” ซึ่งเป็นสถานที่จัดบริการผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางในชุมชน โดยมีครูจิตอาสา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สำนักงานพัฒนาชุมชน คณะสงฆ์ ฯลฯ เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อน
“ด้านสุขภาพ เรามีทีมแพทย์แผนไทยเข้ามาช่วยในเรื่องของการแช่เท้า แช่มือ ประคบลูกตา เพื่อให้ผ่อนคลาย มีกิจกรรมฝึกกล้ามเนื้อ ฝึกสมอง โดยนักเรียนจากธนาคารความดี ที่สามารถบันทึกแต้มความดีกลับไปด้วยได้ ส่วนด้านจิตใจ เราใช้ธรรมะของพระพุทธเจ้าเข้าไปดูแล เพื่อให้เห็นถึงความทุกข์และการเปิดใจยอมรับ พร้อมกับบูรณาการกิจกรรมที่เป็นมิตรกับความตายผ่าน สมุดเบาใจ ซึ่งก็คือ Living Will ที่ให้ผู้สูงวัยสามารถออกแบบบั้นปลายชีวิตของตัวเอง ให้จากไปได้อย่างสงบ และลูกหลานอยู่ได้อย่างมีความสุข” นางอัญชลี กล่าว

ด้าน น.ส.ศรีวรรณ แก้วสืบ ผู้อำนวยการกองการศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม จ.เชียงราย กล่าวว่า สำหรับ “ธนาคารความดีตำบลหัวง้ม” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 โดยมีสโลแกนคือ ทำความดี สร้างค่าความเป็นคน ยามขัดสนเราให้แลกเป็นสิ่งของ ก่อนที่จะกลายเป็นร่มใหญ่ในการขับเคลื่อนงานทั้งหมดของพื้นที่ตำบล ซึ่งในปี 2553 ได้เกิดโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลหัวง้ม ที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ และเป็นผู้สูงอายุที่รู้จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น
น.ส.ศรีวรรณ กล่าวว่า ในส่วนของธรรมนูญสุขภาพตำบลหัวง้ม ได้มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งมุ่งเน้นให้คนในชุมชนเป็นคนดี คิดดี ทำดี และมีสุขภาพดี โดยมีหมวดเนื้อหาต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนเรื่องการดูแลผู้สูงวัย อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงในปี 2566 ต.หัวง้ม กลายเป็นตำบลผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 33% ของประชากร ดังนั้นจึงต้องมองการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นภาพรวมและครอบคลุม ทั้งในส่วนกลุ่มติดสังคม ที่จะมีโรงเรียนผู้สูงอายุจัดกิจกรรมในทุกวันพฤหัสบดี และในส่วนของกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง จะมีทั้งอาสาสมัครบริบาลและ Caregiver ที่เข้าไปดูแล ตลอดจนกลุ่มสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ คือผู้สูงวัยที่มีภาวะสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ ซึ่งก็จะมีกิจกรรมของโครงการบ้านชื่นสุข เป็นสถานที่ดูแล



