ยโสธรเดินหน้า “ธรรมนูญสูงวัย + NCDs Ecosystem” สร้างนวัตกรรมรองรับสังคมสูงวัย ลดโรคไม่ติดต่อ
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมพญาแถน ชั้น 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาและขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพื้นที่ ประเด็นการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย บูรณาการร่วมกับการดำเนินงาน NCDs Ecosystem เพื่อลดโรคไม่ติดต่อ” โดยมีภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมและมอบนโยบาย พร้อมสะท้อนภาพรวมสถานการณ์สุขภาพของจังหวัดยโสธร ที่กำลังก้าวเข้าสู่ความท้าทายสำคัญ ทั้งด้าน “สังคมสูงวัย” และ “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)” ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และระบบสุขภาพในระยะยาว

ด้าน นางจินตนา พลมีศักดิ์ ได้นำเสนอสถานการณ์การเตรียมรองรับสังคมสูงวัยของจังหวัด โดยระบุว่า ปัจจุบันจังหวัดยโสธรเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 21.73 ของประชากรทั้งหมด แม้ว่าส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มติดสังคมถึงร้อยละ 93.79 แต่ยังมีกลุ่มติดบ้านและติดเตียงที่ต้องการการดูแลเฉพาะทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดจึงได้ขับเคลื่อนแนวทาง “พญาคันคากโมเดล (Phaya Khan-khak Model)” เพื่อสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร เชื่อมโยงทั้งชุมชน ท้องถิ่น และระบบสุขภาพ
ขณะที่ นางส่งศรี มูลสาร กล่าวว่า สถานการณ์โรค NCDs ในจังหวัดมีแนวโน้มผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะถดถอยของผู้สูงอายุ ทั้งปัญหาด้านการมองเห็น การทรงตัว และความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม โดยปัญหา NCDs ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาพผู้สูงอายุ และส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมากขึ้นตามลำดับ

อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของเวทีครั้งนี้ คือการถอดบทเรียน “ขุมเงินโมเดล” โดย นางสุวคนธ์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการ รพ.สต.ขุมเงิน สะท้อนความสำเร็จของการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพตำบลขุมเงิน จากเดิมที่ “โรงพยาบาลเป็นผู้สั่งการ” สู่การที่ “ชุมชนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ” ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมจัดทำแผนที่บูรณาการ 4 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสังคม เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง

นอกจากนี้ นายจารึก ไชยรักษ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและตั้งคำถามชวนคิดต่อความเข้าใจเรื่อง “สังคมสูงวัย” โดยเสนอแนวคิด “3 x 5 การบูรณาการ” ที่เชื่อมโยงการทำงานครอบคลุมทุกช่วงวัย ทั้งเด็กและเยาวชน วัยทำงาน และวัยสูงอายุ พร้อมเชื่อม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยี เพื่อออกแบบนโยบายสุขภาพที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมในระยะยาว

สำหรับแนวคิด “NCDs Ecosystem” ที่ถูกนำเสนอในเวทีครั้งนี้ ถือเป็นการปรับมุมมองใหม่จากการมุ่งเน้นเพียง “พฤติกรรมส่วนบุคคล” ไปสู่การสร้าง “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะของประชาชน เช่น การใช้เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม กลไกทางการคลัง และเครดิตทางสังคม เพื่อทำให้ “การมีสุขภาพดี” เป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ กระบวนการสำคัญ คือผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันระดมสมอง ทบทวนสถานการณ์ด้านสุขภาพ และจัดทำร่างธรรมนูญ แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนธรรมนูญตำบล” เพื่อสร้างกลไกการทำงานร่วมกับ รพ.สต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพชุมชน การพัฒนาศักยภาพผู้บริบาล (Caregiver) และการออกแบบสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดจำนวนผู้ป่วย NCDs รายใหม่ในระยะยาว
ทั้งนี้ พื้นที่นำร่องที่เข้าร่วมกระบวนการในครั้งนี้ ได้แก่ ตำบลขุมเงิน ตำบลเดิด และตำบลดงมะไฟ ส่วนตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย จะมีการดำเนินกระบวนการเพิ่มเติมในลำดับถัดไป เนื่องจากติดช่วงเทศกาลงานบุญบั้งไฟ โดยกระบวนการจากนี้ จะเน้นการรับฟังความคิดเห็นและสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ตั้งเป้าประกาศธรรมนูญฯ ภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อสร้างกติกาชุมชน เพื่อให้เกิดการป้องกัน สร้างเสริมสุขภาวะในทุกมิติ ผ่านการทำงานร่วมกันของชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

