สธ.เตือนเลี่ยงกิน “หอยสาละวิน” ชั่วคราว หลังพบปนเปื้อนสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน
7 พฤษภาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.


7 .. 69 กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียง หลีกเลี่ยงการบริโภค “หอยสาละวิน” เป็นการชั่วคราว หลังผลตรวจจากหน่วยงานวิจัยในพื้นที่พบการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่ว ในตัวอย่างหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุด ซึ่งมีค่าสูงเกินมาตรฐานที่กำหนด


นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยด้านอาหารอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชน เพื่อให้สามารถเลือกบริโภคอาหารและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม


ด้าน นพ.สมฤกษ์ จีงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า หอยซึ่งเป็นสัตว์น้ำหน้าดิน มีแนวโน้มสะสมโลหะหนักจากตะกอนและแหล่งน้ำได้มากกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่น โดยผลตรวจคุณภาพน้ำในบางช่วงของแม่น้ำสาละวิน พบปริมาณสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐานในบางจุด

ทั้งนี้ เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของประเทศไทย รวมถึงแนวทางของ องค์การอนามัยโลก กำหนดให้ปริมาณสารหนูในน้ำต้องไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว แต่ค่าที่ตรวจพบในแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุดของแม่น้ำสาละวินสูงกว่าระดับดังกล่าว จึงอาจทำให้สัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอยที่อาศัยบริเวณพื้นท้องน้ำ มีการสะสมสารปนเปื้อนเพิ่มขึ้น


ขณะที่ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย แนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ที่มีรายงานการปนเปื้อน รวมถึงหลีกเลี่ยงสัตว์น้ำบริเวณหน้าดินหรืออาหารจากแหล่งน้ำผิวดินที่อาจสะสมสารปนเปื้อน พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำโดยตรงในการอุปโภคบริโภค

สำหรับระบบน้ำประปาหมู่บ้าน และน้ำประปาภูเขาในพื้นที่ส่วนใหญ่ ยังอยู่ภายใต้การควบคุมคุณภาพและผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน จึงสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย โดยประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว


ข้อมูลและภาพ: กรมอนามัย