ภัยเงียบใกล้ตัว! “ชาปลายมือ-ปลายเท้า” สัญญาณเตือนเสี่ยงโรคร้าย
7 พฤษภาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.


หลายคนอาจเคยมีอาการ “ชาปลายมือ ชาปลายเท้า” เป็นครั้งคราว จนคิดว่าเกิดจากการนั่งท่าเดิมนานๆ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่หากเกิดอาการชาบ่อยอย่างต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย นั่นคือ “สัญญาณเตือน” ของโรคร้ายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท หลอดเลือด หรือโรคเรื้อรังที่กำลังคุกคามสุขภาพโดยไม่รู้ตัว


สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า อาการชาปลายมือปลายเท้า เกิดจากการทำงานผิดปกติของเส้นประสาท หรือการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณปลายมือปลายเท้าไม่เพียงพอ โดยอาจมีลักษณะเหมือนเข็มทิ่ม รู้สึกยิบๆ แสบๆ หรือสูญเสียความรู้สึก หากเกิดขึ้นบ่อยควรรีบตรวจหาสาเหตุ



โรคร้ายที่อาจซ่อนตัวอยู่ภายใต้อาการชา

อาการชาปลายมือ-ปลายเท้า อาจเกี่ยวข้องกับโรคต่างๆ เช่น

  • โรคเบาหวาน
    ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน อาจทำลายเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดภาวะปลายประสาทอักเสบ โดยเฉพาะบริเวณเท้า
  • โรคหลอดเลือดสมอง
    หากมีอาการชาร่วมกับแขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ต้องรีบรักษาโดยด่วน
  • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
    ผู้ที่ทำงานนั่งนาน หรือยกของหนัก อาจเกิดการกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการชาร้าวลงแขนหรือขา
  • ภาวะขาดวิตามินบี
    โดยเฉพาะวิตามินบี 1 บี 6 และบี 12 ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบประสาท หากขาดอาจทำให้เกิดอาการชาและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • โรคไตเรื้อรัง หรือโรคทางระบบประสาท
    ของเสียที่คั่งอยู่ในร่างกายอาจส่งผลต่อการทำงานของเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้าได้เช่นกัน



สัญญาณอันตราย ควรรีบพบแพทย์

หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับอาการชา ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • ชาครึ่งซีกของร่างกาย
  • แขนหรือขาอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน
  • เดินเซ ทรงตัวลำบาก
  • อาการชารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่หายภายในไม่กี่วัน


วิธีลดความเสี่ยงอาการชาปลายมือปลายเท้า

การดูแลสุขภาพสามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการชาได้

  • ควบคุมระดับน้ำตาล ความดัน และไขมันในเลือด
  • หลีกเลี่ยงการนั่งหรืออยู่ท่าเดิมนานเกินไป
  • รับประทานอาหารที่มีวิตามินบีเพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่ และลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แม้อาการชาปลายมือ-ปลายเท้า ดูเป็นเรื่องปกติสำหรับหลายคน แต่หากเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาร่างกาย ดังนั้นการสังเกตอาการของตนเอง และเข้ารับการตรวจรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ในอนาคต