เปิดเทอมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน! เลือกกินให้ดี ลดเสี่ยง NCDs
6 พฤษภาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

ช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ นอกจากการเตรียมตัวด้านการเรียนแล้ว เรื่อง “อาหารการกิน” ของน้องๆ นักเรียนก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอาหารหน้าโรงเรียนที่มักเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่ในความอร่อยนั้นได้แฝงความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว หากเลือกบริโภคไม่เหมาะสม


โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาหารหวาน มัน เค็ม เช่น น้ำอัดลม ชานมไข่มุก ขนมขบเคี้ยว อาหารปิ้งย่าง และอาหารแปรรูป เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซึ่งมีแนวโน้มพบในเด็กไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง


อาหารหน้าโรงเรียนจำนวนไม่น้อยมักมีไขมันสูง น้ำตาลสูง และโซเดียมเกินความจำเป็น อีกทั้งยังขาดผักและผลไม้ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

แนะแนวทางเลือกกินอย่างปลอดภัย

  • เลือกอาหารปรุงสุกใหม่ สะอาด และถูกสุขลักษณะ

  • ลดเครื่องดื่มหวาน เปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าหรือนมจืด

  • เพิ่มผักและผลไม้ในมื้ออาหาร

  • หลีกเลี่ยงอาหารทอดและขนมขบเคี้ยว

  • อ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อ (ในกรณีอาหารสำเร็จรูป)


ผู้ปกครองและโรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่เหมาะสม โดยควรให้ความรู้และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเลือกอาหารที่ดี เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแรงและลดความเสี่ยงของโรคในอนาคต เพราะการเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยเรียน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสุขภาพ” และลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของประเทศในระยะยาว


โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กำลังขับเคลื่อนการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยใช้กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ผ่านยุทธศาสตร์ "NCDs Ecosystem" ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ปรับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสังคมให้เอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพที่ดี มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงหลัก เช่น อาหารหวาน มัน เค็ม และเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย 

แนวทางการขับเคลื่อนสำคัญของ สช. ในการจัดการ NCDs:

  • สร้างระบบนิเวศสุขภาพ (NCDs Ecosystem): มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี (Health-supportive environment) ทั้งในที่ทำงาน ชุมชน และสาธารณะ เพื่อลดโรค NCDs อย่างยั่งยืน

  • นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม: ใช้นโยบาย "สมัชชาสุขภาพ" เป็นเครื่องมือให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาและกำหนดมาตรการทางสังคม

  • เน้นกลุ่มเสี่ยงวัยทำงาน: เร่งแก้ปัญหาคนไทยเคลื่อนไหวน้อยและความเครียดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค NCDs

  • การเชื่อมโยงกับชุมชน: ผนึกกำลังกับภาคีสุขภาพ เช่น สปสช. (กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น) ในการขับเคลื่อนนโยบายจากส่วนกลางลงสู่พื้นที่

  • การจัดการเชิงโครงสร้าง: สนับสนุนมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การลดการสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค 

เป้าหมายหลักคือการลดอัตราการเสียชีวิตและภาระโรคจาก NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และมะเร็ง ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพหลักของคนไทย