กรมการแพทย์เตือน “โรคลมแดด” ภัยร้อนที่ผู้สูงอายุต้องระวัง เสี่ยงช็อก-เสียชีวิต
6 พฤษภาคม 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

6 พ.ค. 69 - กรมการแพทย์ เตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ระวัง “โรคลมแดด (Heatstroke)” ภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกิน จนไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตในช่วงอากาศร้อนจัด


นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากร่างกายปรับอุณหภูมิได้ลดลง อีกทั้งมักมีโรคประจำตัวและมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อย เมื่อเผชิญอากาศร้อน ร่างกายจะสูญเสียน้ำมาก หากไม่ได้รับน้ำเพียงพอ อาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง ช็อก และเสียชีวิตได้

สำหรับอาการสำคัญของโรคลมแดด ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายสูงตั้งแต่ 40.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการผิดปกติทางสมอง เช่น สับสน เพ้อ เวียนศีรษะ หรือชัก มักเกิดหลังอยู่ในที่อากาศร้อนหรือออกแรงหนัก และมีอาการกระหายน้ำมาก


ด้าน พญ.บุษกร โลหารชุน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ แนะนำวิธีป้องกันโดยควรหลีกเลี่ยงที่ร้อนจัด สวมเสื้อผ้าระบายอากาศ อยู่ในที่เย็น ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน พร้อมลดกิจกรรมกลางแจ้ง และให้ผู้ดูแลเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หากพบผู้มีอาการสงสัยโรคลมแดด ควรรีบนำเข้าที่ร่ม นอนราบ ถอดเสื้อผ้า ใช้ผ้าเย็นหรือน้ำแข็งประคบบริเวณข้อพับ รักแร้ และขาหนีบ พร้อมใช้พัดลมช่วยระบายความร้อน และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด




รู้ทัน “โรคลมแดด” ภัยร้อนที่อาจคร่าชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

โรคลมแดด (Heatstroke) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ไม่ควรมองข้าม เกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงมากเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำงานล้มเหลว ไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทัน หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงถึงชีวิต

โดยปกติร่างกายของคนเราจะมีการระบายความร้อนผ่านทางเหงื่อและผิวหนัง เพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิภายใน แต่เมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือมีการออกแรงอย่างหนักเป็นเวลานาน ร่างกายจะสูญเสียน้ำจำนวนมาก หากไม่ได้รับการชดเชยน้ำอย่างเพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดได้

อาการของโรคลมแดดมักเริ่มจากตัวร้อนจัด อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ บางรายอาจไม่มีเหงื่อ หรือมีเหงื่อออกผิดปกติ ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น เวียนศีรษะ สับสน พูดไม่รู้เรื่อง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือในบางรายอาจมีอาการชัก และหมดสติ ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบเข้ารับการรักษาโดยด่วน ซึ่งกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมแดด ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งร่างกายอาจปรับตัวต่อความร้อนได้ไม่ดีเท่าคนทั่วไป


วิธีป้องกัน “ฮีทสโตรก” ดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยในช่วงอากาศร้อน

- สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง โดยไม่ควรอยู่กลางแดดแรงเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรหาที่ร่มหรือสวมอุปกรณ์ป้องกันแสงแดดร่วมด้วย

 - การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ควรจิบน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมในสภาพอากาศร้อน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฮีทสโตรก

- การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่ง เบา และระบายอากาศได้ดี จะช่วยให้ร่างกายสามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการพักผ่อนในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทหรือเย็นสบาย เช่น ห้องที่มีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ

- สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย ควรทำอย่างพอดี ไม่หักโหมจนเกินไป หากรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย หรือมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด ควรหยุดพักทันที เพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น

ในกรณีที่พบว่าตนเองหรือผู้อื่นมีอาการผิดปกติจากความร้อน ควรรีบให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยพาผู้ป่วยเข้าที่ร่ม ถอดเสื้อผ้าเพื่อช่วยระบายความร้อน และรีบติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด

การใส่ใจดูแลสุขภาพและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ จะช่วยให้เราปลอดภัยจากฮีทสโตรก และใช้ชีวิตในช่วงอากาศร้อนได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น


ข้อมูลและภาพประกอบ: กรมการแพทย์