สช. ผนึกกำลังภาคี ขับเคลื่อน “ท่องเที่ยวแนวใหม่” ปูทางสู่สุขภาวะและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
23 เมษายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดการประชุมหารือการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ประเด็น “การท่องเที่ยวแนวใหม่ สู่สุขภาวะและเศรษฐกิจไทยยั่งยืน” ครั้งที่ 1/2569 ณ อาคารสุขภาพแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้สอดคล้องกับแนวคิดสุขภาวะและความยั่งยืนในระยะยาว


การประชุมครั้งนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ เป็นประธาน โดยเน้นย้ำแนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็น “Health & Sustainable Destination” หรือจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและความยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หรือ “Destination Thailand 365 วัน”

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมคือการผลักดัน “กระบี่โมเดล” ให้เป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวแนวใหม่ โดยกำหนดให้จังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่นำร่อง (Sandbox) เน้นการท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่ให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้สู่ชุมชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งหยีเพ็ง เกาะลันตา ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน


ในด้านความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการรายงานความคืบหน้าที่สำคัญ เช่น กรมการท่องเที่ยวที่เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศ พร้อมติดตั้งป้ายสื่อความหมายกว่า 450 จุด และพัฒนาระบบ Intelligent Travel Guide ในรูปแบบแอปพลิเคชัน 3 ภาษา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) รายงานผลสำเร็จจากพื้นที่พิเศษ 9 แห่ง ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้ให้ชุมชนถึงร้อยละ 22 และยกระดับดัชนีความสุขของประชาชนในพื้นที่ถึง 84.47%



นอกจากนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกยังได้ยกระดับมาตรฐานศูนย์สุขภาพ (Wellness Center) กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร “Thai Food Good Health” เพื่อส่งเสริมศักยภาพของสมุนไพรไทยสู่ระดับสากล ขณะที่เมืองพัทยาได้เตรียมนำร่องโครงการ “City Insurance” เพื่อจัดตั้งกองทุนประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยว เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว


อีกหนึ่งแนวคิดที่ถูกนำเสนอในการประชุมคือ “Iceberg Model” หรือโมเดลภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ควรวัดเพียงตัวเลขนักท่องเที่ยวหรือรายได้ที่ปรากฏภายนอก แต่ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยเชิงโครงสร้างที่อยู่เบื้องลึก เช่น การเข้าถึงทรัพยากรของชุมชน การบูรณาการงบประมาณ และการพัฒนาทักษะดิจิทัล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างแท้จริง


ในช่วงท้ายของการประชุม ได้มีการสรุปทิศทางสำคัญ 5 ด้านที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยในอนาคต ได้แก่ การท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ (Regenerative Health Tourism) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ชุมชนมีบทบาทนำ (Community-Led Cultural Tourism) การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate-Adaptive Tourism) การท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลง (Learning & Transformation) และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างเมืองและชนบท (Urban-Rural Circuit) ทั้งนี้ยังต้องอาศัยระบบสนับสนุนที่เข้มแข็ง ทั้งด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์


สำหรับก้าวต่อไป ความคืบหน้าทั้งหมดจะถูกรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์จากการดำเนินงานจริงในพื้นที่ เพื่อนำเสนอในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการประกาศศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับโลก