สช. เปิดเวที Public Review ผลกระทบสุขภาพลุ่มน้ำเหนือ ชี้เป็นความเสี่ยงสะสมเรื้อรัง เตรียมบรรจุข้อเสนอเชิงโครงสร้าง-ยกระดับสู่สากลในรายงานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพฉบับสมบูรณ์
22 เมษายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

วันที่ 21 เมษายน 2569 สำนักนโยบายสาธารณะภาคเหนือ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษา (Public Review) การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพแบบเร่งด่วน กรณีสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกก สาย รวก โขง จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของร่างรายงานและรับฟังข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะร่วมกับภาคีเครือข่าย

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่าเวทีนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและการสื่อสารความเสี่ยงให้แก่ชุมชนที่มีความวิตกกังวลสูง ทั้งนี้ สช. เตรียมนำผลสรุปจากการรับฟังความคิดเห็นยกระดับสู่เวทีสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นระดับชาติในเดือน มิถุนายน 2569 เพื่อแปรเปลี่ยนงานวิชาการเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ด้าน ผศ.ดร.วรางคนา นาคเสน รองคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเป็น "ความเสี่ยงเรื้อรังเชิงระบบ" มีการปนเปื้อนโลหะหนักทั้งในน้ำ ตะกอนดิน พืชผล และปลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังและมะเร็งในอนาคตจากการสะสมระยะยาว ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดภาวะกลัวน้ำและวิถีชีวิตพังทลาย ข้อเสนอเร่งด่วนคือการหาแหล่งน้ำสะอาดสำรองที่เชื่อถือได้และมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางที่ชัดเจน









สำหรับการหารือในเวทีวันนี้ได้มีข้อเสนอสำคัญที่จะถูกบรรจุเพิ่มเติมในรายงานฉบับสมบูรณ์เพื่อการขับเคลื่อนต่ออย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการยกระดับสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง อาทิ การเสนอรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 2,200 ล้านบาทให้การประปาส่วนภูมิภาคในการย้ายแหล่งน้ำดิบ การเร่งรัดสร้างอ่างเก็บน้ำแม่คำ และการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (Lab) ในจังหวัดเชียงรายเพื่อเฝ้าระวังมลพิษ ตลอดจนการเสนอให้ผ่อนปรนกฎระเบียบการเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่วิกฤต และการประสาน ธกส. เพื่อสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำช่วยเกษตรกรปรับวิถีอาชีพ นอกจากนี้ในรายงานจะเพิ่มแนวทางการขยายเวทีสร้างส่วนร่วมให้ครบทั้ง 25 ตำบล และการประสานงานผ่าน Mekong Institute เพื่อส่งต่อข้อเสนอเชิงนโยบายสู่ระดับระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว